
หัวเว่ยเปิดตัว HUAWEI MatePad 11.5 2025 (Standard Edition) แท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อนักศึกษาและคนทำงาน ราคาเพียง 10,990 บาท พร้อมฟังก์ชันการทำงานเต็มรูปแบบเหมือนเครื่องพีซี วางจำหน่ายเฉพาะช่องทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568
การเปิดตัวในวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ของหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) ถือเป็นการนำเสนอความคุ้มค่าในระดับใหม่ ด้วยการรวมฟีเจอร์ครบครันตั้งแต่การทำงานเอกสาร จดโน้ต ไปจนถึงความบันเทิง ในราคาที่เข้าถึงได้

HUAWEI MatePad 11.5 2025 มาพร้อมแอป PC-Level WPS Office ที่ไม่ใช่แอปทั่วไปบนแท็บเล็ต แต่เป็นเวอร์ชันเต็มรูปแบบที่ใช้งานได้เหมือนบนพีซี ไม่ว่าจะเป็นการคิดสูตรซับซ้อนในสเปรดชีต หรือทำพรีเซนเทชันแบบมืออาชีพ แอปนี้รองรับการเปิดหลายหน้าต่างพร้อมกัน คุณจึงทำงานกับหลายไฟล์ในเวลาเดียวกันได้สะดวก
ฟีเจอร์ Floating Multi-Window ช่วยให้เปิดแอปพร้อมกันได้ถึง 4 หน้าต่าง คุณจึงเขียนรายงาน อ่านโน้ต ค้นหาข้อมูล และแชตกับเพื่อนได้พร้อมกันบนหน้าจอขนาด 11.5 นิ้ว สำหรับคนที่ต้องการดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติม สามารถหาได้จาก AppGallery ที่มีแอปให้เลือกใช้กว่า 1 ล้านแอป
แท็บเล็ตรุ่นนี้รองรับการใช้งานร่วมกับ HUAWEI Smart Keyboard ที่พิมพ์สนุกไม่แพ้คีย์บอร์ดแล็ปท็อป แต่พกง่ายกว่าด้วยดีไซน์บางเบา คีย์บอร์ดเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ คุณจึงจัดวางตำแหน่งการทำงานได้ตามสะดวก หรือจะเสียบเมาส์เพิ่มเพื่อใช้งานแบบพีซีเต็มตัวก็ยังได้

สำหรับคนที่ชอบจดโน้ตด้วยมือหรือวาดรูป ปากกา HUAWEI M-Pencil (รุ่นที่ 3) ตอบสนองฉับไวด้วยอัตรา 240 Hz ทำให้ทุกลายเส้นที่ขีดลงบนหน้าจอดูเป็นธรรมชาติไม่แพ้การเขียนบนกระดาษจริง ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมด เพราะปากกาชาร์จไร้สายด้วยแม่เหล็กได้ แค่แปะข้างตัวเครื่องก็เติมพลังงานพร้อมใช้งาน
เมื่อใช้ปากกา M-Pencil คู่กับแอป HUAWEI Notes ประสบการณ์การจดโน้ตจะดีขึ้นอีกระดับ แอปมาพร้อม Resource Center ที่อัดแน่นเครื่องมือสำหรับปรับแต่งโน้ต มีลายกระดาษให้เลือกตามสไตล์ เหมาะสำหรับทุกช่วงวัยตั้งแต่ประถมจนถึงมหาวิทยาลัย พร้อมสติกเกอร์น่ารักอย่าง magic memos ที่ปรับขนาดและย้ายตำแหน่งได้ รวมถึงหน้าปกสมุดให้เลือกใช้เพื่อแบ่งแยกโน้ตได้อย่างเป็นระเบียบ
คนที่ชอบวาดรูปจะชอบแอป GoPaint ที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นเอง เป็นแอปวาดภาพระดับมืออาชีพที่จับคู่กับปากกา M-Pencil ได้อย่างลงตัว ช่วยสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
HUAWEI MatePad 11.5 2025 ออกแบบมาให้พกพาสะดวก ด้วยตัวเครื่องบางเพียง 6.1 มิลลิเมตร น้ำหนักเบา 515 กรัม แต่ทนทานด้วยดีไซน์ All-metal Unibody ที่แข็งแกร่งกว่ารุ่นเก่า 30% พร้อมระบบระบายความร้อนสมรรถนะสูงที่ช่วยให้ใช้งานได้ลื่นไหลและนานขึ้น 25%

แบตเตอรี่ขนาด 10,100 mAh ทำให้ใช้งานได้ยาวนาน เปิดดูวิดีโอต่อเนื่องได้มากกว่า 14 ชั่วโมง เมื่อแบตหมดก็ชาร์จกลับมาเร็วด้วยเทคโนโลยี HUAWEI SuperCharge กำลังไฟ 40 วัตต์ ชาร์จเต็ม 100% ได้ภายใน 94 นาที
เจ้าของแท็บเล็ตสามารถดาวน์โหลดแอปได้ผ่าน AppGallery ตลาดแอปอย่างเป็นทางการของหัวเว่ยที่ติด Top 3 ของโลก มีแอปให้เลือกถึง 1.4 ล้านแอป ครบทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นเกม การศึกษา ไลฟ์สไตล์ แฟชัน บันเทิง มีระบบรักษาความปลอดภัยครบวงจร ตรวจสอบอย่างเข้มงวดผ่านการยืนยัน 4 ขั้นตอน หากมีสมาร์ตดีไวซ์หัวเว่ยหลายเครื่อง ก็ใช้ HUAWEI ID เดียวกันเข้าถึงแอปได้จากทุกอุปกรณ์ พร้อมรับคูปอง ของขวัญ และสิทธิพิเศษต่างๆ
หัวเว่ยเปิดแคมเปญ HUAWEI Service Giving Season ถึง 31 ธันวาคม 2568 มอบสิทธิประโยชน์มากมาย ทั้งส่วนลดพิเศษเปลี่ยนหน้าจอด้วยอะไหล่แท้ โปรโมชันเปลี่ยนแบตเตอรี่ ของขวัญหรือคูปองส่วนลดสำหรับลูกค้าที่นำเครื่องเข้าซ่อม และฟรีค่าแรงซ่อมสำหรับอุปกรณ์หมดประกัน นอกจากนี้ยังมีบริการ HUAWEI Care และ HUAWEI Care+ พร้อม HUAWEI Door to Door Service รับ-ส่งอุปกรณ์ซ่อมถึงหน้าบ้าน สามารถขอรับบริการได้ทางแอป My HUAWEI เว็บไซต์ Line OA หรือโทร 1800-010-111

HUAWEI MatePad 11.5 2025 (Standard Edition) วางจำหน่ายราคา 10,990 บาท เฉพาะช่องทางออนไลน์ เมื่อสั่งซื้อตั้งแต่ 8 ธันวาคม 2568 ถึง 15 มกราคม 2569 รับของสมนาคุณมูลค่ารวม 17,450 บาท ประกอบด้วย HUAWEI Smart Keyboard (มูลค่า 4,990 บาท), HUAWEI M-Pencil (รุ่นที่ 3) (มูลค่า 4,490 บาท), แอปพรีเมียม PC-Level WPS Office 2.0 (มูลค่า 3,990 บาท), HUAWEI Notes (มูลค่า 1,990 บาท) และ GoPaint (มูลค่า 1,990 บาท)
ของแถมพิเศษแยกตามแพลตฟอร์ม ซื้อผ่าน Lazada รับกระบอกน้ำสแตนเลส มูลค่า 390 บาท, ซื้อผ่าน Shopee รับร่มสีเงิน มูลค่า 490 บาท, ซื้อผ่าน TikTok Shop รับกระเป๋าผ้า มูลค่า 790 บาท และซื้อผ่าน HUAWEI Store รับส่วนลด 1,000 บาท วางมัดจำเพียง 1 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Huawei Mobile TH หรือดาวน์โหลดแอป My HUAWEI ใน AppGallery
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok





