
Huawei เปิดตัว Mate XT 2 Ultimate Design สมาร์ทโฟนจอพับสามทบเจเนอเรชันที่ 2 โดยเปลี่ยนโครงสร้างจากพับออกด้านนอกมาเป็นพับเข้าด้านใน เพื่อเก็บและปกป้องหน้าจอหลักขณะปิดเครื่อง เมื่อกางออกจะได้พื้นที่ใช้งาน 10.2 นิ้ว พร้อมชิป Kirin 9050 Pro รุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้น 19,999 หยวน หรือประมาณ 98,000 บาท
การเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้การใช้งานแบ่งเป็นสองส่วนชัดเจน จอนอกทำหน้าที่เมื่อพับเครื่อง ส่วนจอหลักขนาดใหญ่เปิดใช้เมื่อกางออก นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกรุ่น Privacy Display สำหรับการใช้งานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แยกจำหน่ายจากรุ่นหน้าจอปกติ
หน้าจอหลักใช้พาเนล OLED ขนาด 10.2 นิ้ว ความละเอียด 3K รองรับ LTPO ที่ปรับอัตรารีเฟรชได้ตั้งแต่ 1–120Hz และการหรี่แสง PWM ความถี่สูง จุดต่างจากรุ่นก่อนอยู่ที่การพับจอเข้าด้านใน ทำให้หน้าจอหลักไม่อยู่ด้านนอกตัวเครื่องเมื่อพับเก็บ
เมื่อปิดเครื่อง ผู้ใช้ยังใช้งานผ่านจอนอกขนาด 6.5 นิ้วได้ โดยสัดส่วนตัวเครื่องมีลักษณะใกล้เคียงสมาร์ทโฟนทรงแท่ง จอนอกมีช่องเว้าทรงกว้างสำหรับกล้องหน้าและชุดยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า พร้อมชั้นเคลือบหน้าจอที่ช่วยเรื่องมุมมองตามรายละเอียดการเปิดตัว

Mate XT 2 หนา 3.5 มม. เมื่อกางเต็มที่ และหนัก 299 กรัม โดย Huawei Central ระบุว่าเป็นรุ่นที่เบาที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟนจอพับสามทบ ตัวเครื่องรองรับมาตรฐาน IP58 และ IP59 ด้านการป้องกันฝุ่นและน้ำ พร้อมปรับกลไกบานพับให้เปิดปิดได้ลื่นไหลโดยยังรักษารูปทรงที่บาง
ด้านหลังยังใช้ชุดกล้องทรงแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบเด่นของงานออกแบบ พร้อมฝาหลังที่มีลวดลายเฉพาะ ความบาง 3.5 มม. เป็นค่าขณะกางเครื่อง จึงไม่ควรนำไปเทียบตรง ๆ กับความหนาของมือถืออีกเครื่องขณะพับปิด

อีกเทคโนโลยีที่เพิ่มเข้ามาคือ Privacy Display หรือหน้าจอสำหรับความเป็นส่วนตัว โดยมุ่งให้ใช้งานในพื้นที่สาธารณะได้อย่างเป็นส่วนตัวมากขึ้น Huawei Central ระบุว่าเป็นการเปิดตัวรุ่นแรกพร้อมหน้าจอลักษณะนี้ แต่ไม่ได้แจกแจงกลไกหรือมุมการมองเห็นในรายละเอียด
ตัวเลือกนี้อยู่ในรุ่น RAM 16GB ความจุ 1TB ราคา 24,999 หยวน หรือประมาณ 123,000 บาท แยกจากรุ่น 1TB หน้าจอปกติที่ราคา 23,999 หยวน หรือประมาณ 118,000 บาท
ระบบกล้องหลังประกอบด้วยกล้อง 4 ตัว กล้องหลักมีความละเอียด 50MP ใช้เซนเซอร์ขนาด 1/1.28 นิ้ว พร้อมรูรับแสงปรับได้ ระบบกันสั่นออปติคัล OIS และการจัดเรียงพิกเซลแบบ RYYB ชุดนี้ทำงานร่วมกับกล้อง Ultra-wide 40MP สำหรับมุมรับภาพที่กว้างขึ้น
ด้านระยะไกลใช้กล้อง Periscope 50MP รองรับซูมออปติคัล 3.5 เท่า ส่วนกล้องตัวที่สี่เป็นกล้องตรวจจับสีแบบหลายช่วงสเปกตรัม เน้นช่วยให้การถ่ายทอดสีในภาพใกล้เคียงกับสิ่งที่ถ่าย ระบบกล้องจึงแบ่งหน้าที่ทั้งการเก็บรายละเอียด มุมกว้าง ระยะซูม และข้อมูลสี
กล้องหน้ามีทั้งฝั่งหน้าจอด้านในและฝั่งจอนอก ความละเอียด 8MP ทั้งสองตำแหน่ง พร้อมเซนเซอร์สำหรับปลดล็อกด้วยใบหน้า ทำให้มีชุดกล้องหน้ารองรับการใช้งานตามรูปแบบการกางหรือพับเครื่อง

Mate XT 2 เป็นรุ่นแรกที่ใช้ Kirin 9050 Pro ซึ่งพัฒนาบนสถาปัตยกรรม LogicFolding โดยมีการระบุว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับ Kirin 9030 Pro ตัวเลขนี้เป็นการเปรียบเทียบประสิทธิภาพชิปตามข้อมูลเปิดตัว ไม่ได้แยกผลของแต่ละแอปหรือเกม
ฝั่งซอฟต์แวร์ใช้ HarmonyOS 7 รองรับการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน การสร้างคอนเทนต์ด้วย AI และผู้ช่วย Celia ที่ทำงานร่วมกับโมเดล AI บนอุปกรณ์ พร้อมนำ AI agents เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบภายใต้ชื่อ HarmonyOS Intelligence เพื่อช่วยเข้าถึงงานและฟังก์ชันต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น
อินเทอร์เฟซยังปรับองค์ประกอบให้มีลักษณะคล้ายแสง พร้อมแอนิเมชันที่ตอบสนองต่อการใช้งาน เช่น แถบปรับระดับเสียงและความสว่าง การเปลี่ยนแปลงจึงครอบคลุมทั้งความสามารถเบื้องหลังและส่วนควบคุมที่ผู้ใช้สัมผัสในแต่ละวัน
Huawei เพิ่มความจุแบตเตอรี่ของ Mate XT 2 เป็น 5,600mAh ซึ่งมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน สำหรับอุปกรณ์ที่มีทั้งจอนอกและจอหลักขนาดใหญ่ ความจุแบตเตอรี่เป็นอีกสเปกที่ต้องพิจารณาควบคู่กับรูปแบบการใช้งาน
ระบบชาร์จรองรับการชาร์จเร็วผ่านสาย 66W และการชาร์จไร้สายสูงสุด 50W ผู้ใช้จึงมีทางเลือกทั้งการเสียบสายและการวางชาร์จ โดยข้อมูลเปิดตัวชุดนี้ยังไม่ได้ระบุระยะเวลาใช้งานต่อรอบหรือเวลาที่ใช้ชาร์จเต็ม
Mate XT 2 ให้ RAM 16GB ทุกรุ่น เริ่มจากความจุ 256GB ไปจนถึง 1TB และมี Collector Edition ความจุ 2TB ส่วนรุ่น Privacy Display แยกเป็นตัวเลือก 1TB โดยราคาแต่ละรุ่นมีดังนี้
กำหนดเริ่มจำหน่ายคือวันที่ 12 กันยายน 2026 เวลา 10:08 น. ผ่าน Huawei Mall และช่องทางจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตตามประกาศราคา ทั้งนี้ จำนวนเงินบาทข้างต้นเป็นราคาเทียบโดยประมาณ ไม่ใช่ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok