
หัวเว่ย ระบุในงาน Broadband Development Summit APAC 2026 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI กำลังบังคับให้โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต้องยกระดับจากเครือข่ายสื่อสารทั่วไป ไปเป็น AI-Ready Network ที่รองรับการประมวลผลอัจฉริยะ ความหน่วงต่ำ และการเชื่อมต่อเสถียร งานนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “AI-Powered Connectivity: APAC Innovation for Accelerated Impact” รวมผู้กำหนดนโยบาย ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และพันธมิตรเทคโนโลยีจากทั่วภูมิภาคมาแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องนี้โดยเฉพาะ
คุณเดนนี เติ้ง ประธานฝ่ายธุรกิจ Carrier ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของหัวเว่ย ระบุว่าปริมาณ AI Token ที่ถูกสร้างขึ้นทั่วโลกในแต่ละวันจะเพิ่มขึ้นถึง 42 เท่าภายในปี 2573 ตัวเลขนี้กำลังบีบให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องปรับตัวจากผู้ดูแลโครงข่ายสื่อสารอย่างเดียว ไปเป็นผู้บริหารจัดการทรัพยากรประมวลผล คลาวด์ และระบบอัจฉริยะไปพร้อมกัน
เติ้งกล่าวว่า โครงข่ายบรอดแบนด์และโครงข่ายส่งผ่านข้อมูลกำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของ AI และความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนจะช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่รวดเร็ว ชาญฉลาด และประหยัดพลังงาน เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังโตในภูมิภาค
บทบาทที่เปลี่ยนไปนี้หมายความว่าเทลโก้ต้องลงทุนเพิ่มทั้งด้านศูนย์ข้อมูล การเชื่อมต่อคลาวด์ และระบบบริหารจัดการที่ฉลาดขึ้น ไม่ใช่แค่ขยายเสาสัญญาณหรือวางสายไฟเบอร์เหมือนที่ผ่านมา
หัวเว่ยเสนอ 3 แนวทางหลักเพื่อเร่งการใช้งาน AI ในภูมิภาค ได้แก่ การยกระดับบรอดแบนด์สู่ความเร็ว 10Gbps อย่างทั่วถึง การพัฒนาเครือข่ายประมวลผลแบบบูรณาการเพื่อบริหารทรัพยากรประมวลผลได้อย่างชาญฉลาด และการเสริมการเชื่อมต่อระหว่างประเทศผ่านโครงข่ายภาคพื้นดินและเคเบิลใต้น้ำคุณภาพสูง เพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและบริการ AI ข้ามพรมแดน
ในงานยังมีการพูดถึงประเทศไทยว่ามีศักยภาพด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค จากโครงข่ายบรอดแบนด์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ การขยาย 5G ต่อเนื่อง และการลงทุน AI ที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้เอื้อให้ไทยมีโอกาสเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งใหม่ของเอเชียแปซิฟิก
คุณคิม จิน รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจ Optical Business Product Line ของหัวเว่ย นำเสนอวิสัยทัศน์ F5G-A หรือ F5G Advanced สถาปัตยกรรมโครงข่ายออปติคัลสำหรับยุค AI ที่เน้นบรอดแบนด์ระดับ 10Gbps ความหน่วงต่ำ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
เทคโนโลยีหลักที่รองรับวิสัยทัศน์นี้คือ 50G PON, Optical Transport Network (OTN) และ Optical Cross-Connect (OXC) ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการรับส่งข้อมูลปริมาณสูงที่ AI ต้องการโดยเฉพาะ
หัวเว่ยยังนำเสนอ AI One โซลูชันสำหรับโครงข่าย Wide Area Network (WAN) ที่นำ AI มาช่วยบริหารจัดการเครือข่าย ดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ และให้บริการอัตโนมัติ พร้อมยกตัวอย่างการใช้งานจริงในหลายประเทศที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับคุณภาพบริการ และเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการ (ARPU)
คุณอาร์เธอร์ หวัง รองประธาน กลุ่มธุรกิจ Data Communication Product Line ของหัวเว่ย ระบุว่า AI กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลก การผสาน AI เข้ากับการบริหารจัดการโครงข่าย ระบบความปลอดภัย และบริการใหม่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
ผู้เข้าร่วมงานยังหารือถึงวิสัยทัศน์ Broadband Vision 2030 ของ World Broadband Association (WBBA) ที่ระบุว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ AI บรอดแบนด์ระดับมัลติกิกะบิต บ้านอัจฉริยะ และการลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงดิจิทัล จะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมบรอดแบนด์ในทศวรรษหน้า
ก้าวต่อไปของหัวเว่ยคือการทำงานร่วมกับภาครัฐ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม องค์กรมาตรฐาน และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันโครงข่าย AI-Ready ให้เกิดขึ้นจริงในหลายประเทศของภูมิภาคภายในไม่กี่ปีข้างหน้า
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok