HONOR Robotics D1 วิ่ง 400 เมตร 39.45 วินาที เร็วกว่าสถิติโลกมนุษย์

กอง บก. ZanZabNews25 สิงหาคม 2026126 Views

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ HONOR Robotics D1 สีแดง

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ HONOR Robotics D1 หรือที่มีชื่อเล่นว่า Lightning ทำเวลาในระยะ 400 เมตรได้ 39.45 วินาที ในการแข่งขัน World Humanoid Robot Games ที่กรุงปักกิ่ง มีรายงานว่าเป็นเวลาที่เร็วกว่าเจ้าของสถิติโลกวิ่ง 400 เมตรชายของมนุษย์

ตัวเลขนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของหุ่นยนต์วิ่งเร็ว แต่เป็นโจทย์ที่ต้องรักษาความเร็ว ความสมดุล และการทำงานของระบบต่อเนื่องตลอดหนึ่งรอบสนาม

39.45 วินาที กับสถิติที่น่าจับตา

สถิติโลกวิ่ง 400 เมตรชายของมนุษย์อยู่ที่ 43.03 วินาที โดย Wayde van Niekerk ทำไว้เมื่อปี 2016 ขณะที่ HONOR Robotics D1 ทำเวลา 39.45 วินาทีในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

กราฟิก HONOR Robotics D1 ระบุเวลา 39.45 วินาที
สถิติ 39.45 วินาทีเป็นหัวใจของรายงานการวิ่ง 400 เมตรของ HONOR Robotics D1

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นในกรุงปักกิ่ง โดยมีหุ่นยนต์จากหลายทีมเข้าร่วมในกีฬาหลากหลายประเภท ตั้งแต่การวิ่ง ฟุตบอล ไปจนถึงชกมวยและงานภาคสนาม

สำหรับการวิ่ง 400 เมตร ความเร็วช่วงสั้นอาจไม่พอ เพราะหุ่นยนต์ต้องควบคุมจังหวะก้าว รักษาสมดุล และจัดการพลังงานให้วิ่งจนจบระยะโดยไม่เสียรูปแบบการเคลื่อนไหว

ก่อนถึงระยะ 400 เมตร D1 เคยทำอะไรมาแล้วบ้าง

HONOR Robotics D1 เคยมีตัวเลขการทดสอบที่น่าสนใจก่อนลงแข่งรอบชิงชนะเลิศ ได้แก่

  • ทำเวลา 100 เมตรได้ 9.32 วินาทีในการทดสอบ
  • มีรายงานว่าทำความเร็วสูงสุดได้ 14.5 เมตรต่อวินาที
  • เคยทำเวลาในระยะ 1,500 เมตรได้ 2 นาที 30.22 วินาที

ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เห็นทิศทางของหุ่นยนต์ที่ไม่ได้ถูกพัฒนาเพื่อเคลื่อนที่ช้า ๆ ในพื้นที่ปิดเท่านั้น แต่เริ่มถูกทดสอบกับภารกิจที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวต่อเนื่องและความแม่นยำมากขึ้น

ยังเป็นสถิติในสนามแข่งขัน ไม่ใช่หุ่นยนต์พร้อมใช้งานทั่วไป

แม้เวลา 39.45 วินาทีจะสะดุดตา แต่สิ่งที่ควรแยกให้ออกจากกันคือ ความสำเร็จในสนามแข่งขันกับความพร้อมใช้งานในชีวิตจริง

การวิ่งบนลู่วิ่งภายใต้เงื่อนไขที่เตรียมไว้ เป็นโจทย์เฉพาะทางมากกว่าการให้หุ่นยนต์เดินในพื้นที่ซับซ้อน หยิบจับสิ่งของ ทำงานร่วมกับคน หรือรับมือกับสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้ แต่การแข่งขันลักษณะนี้ก็เป็นสนามทดสอบที่ทำให้เห็นพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ได้ชัดขึ้น

ZanZab ว่าไง?

ถ้าตัวเลขนี้เกิดขึ้นตามผลการแข่งขันจริง จุดน่าสนใจไม่ใช่แค่ว่าหุ่นยนต์วิ่งเร็วกว่ามนุษย์ได้แล้ว แต่คือการควบคุมร่างกายกลไกให้เคลื่อนที่ต่อเนื่องในระยะ 400 เมตรได้โดยไม่เสียจังหวะ

จากนี้โจทย์ที่น่าดูต่อคือ เทคโนโลยีเดียวกันจะถูกนำไปต่อยอดกับงานที่มีประโยชน์นอกสนามแข่งได้มากแค่ไหน เพราะความเร็วเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ส่วนความคล่องตัวและความปลอดภัยต่างหากที่ทำให้หุ่นยนต์เข้าใกล้การใช้งานจริง

ที่มา: Huawei Central

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...