
GoPro เปิดตัว MISSION 1 Series ซีรีส์กล้องแอคชันแคมรุ่นใหม่ที่ยกระดับครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่แบรนด์ก่อตั้งมา ประกอบด้วย GoPro MISSION 1 และ GoPro MISSION 1 PRO พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ววันนี้ผ่านผู้นำเข้าอย่าง บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด ในราคา 24,900 และ 28,900 บาทตามลำดับ จุดเปลี่ยนสำคัญของซีรีส์นี้คือการนำเซนเซอร์ขนาด 1 นิ้วความละเอียด 50MP มาใช้ร่วมกับชิปประมวลผล GP3 รุ่นใหม่ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ GoPro
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จุดอ่อนที่ชัดเจนที่สุดของแอคชันแคมคือประสิทธิภาพในสภาพแสงน้อย MISSION 1 Series แก้ปัญหานี้ด้วยเซนเซอร์ขนาด 1 นิ้วที่รับแสงได้มากกว่าเซนเซอร์ขนาดเล็กอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อนำมาทำงานร่วมกับเทคโนโลยีรวมพิกเซล Quad Bayer บนชิป GP3 ผลลัพธ์คือภาพในสภาพแสงน้อยที่คมชัดและเก็บรายละเอียดได้ครบทั้งส่วนมืดและสว่างพร้อมกัน
GoPro ระบุว่านี่คือประสิทธิภาพการถ่ายในสภาพแสงน้อยที่ดีที่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำมา ซึ่งหากทำได้จริงตามที่อ้างก็เป็นการเปิดพื้นที่การใช้งานใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การถ่ายใต้น้ำในสภาพแสงจำกัด ไปจนถึงการถ่ายในถ้ำหรือสภาพแวดล้อมที่แสงน้อยโดยไม่ต้องพึ่งไฟเสริม

ทั้งสองรุ่นใช้เซนเซอร์ 1 นิ้ว 50MP ตัวเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่เพดานอัตราเฟรมและความสามารถด้านสโลว์โมชัน MISSION 1 รองรับวิดีโอสูงสุดที่ 8K30 และ 4K120 ส่วน MISSION 1 PRO ดันเพดานขึ้นไปถึง 8K60 และ 4K240 พร้อมโหมด Open Gate 4:3 ที่ 8K30 และ 4K120 ซึ่งให้พื้นที่ภาพกว้างกว่าสำหรับการตัดต่อหลังถ่าย
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดอยู่ที่ความสามารถด้านสโลว์โมชัน รุ่น PRO รองรับ Burst Slo-Mo ที่ 1080p960fps นานสูงสุด 10 วินาที ให้สโลว์โมชัน 32 เท่าในลักษณะเดียวกับกล้องถ่ายภาพยนตร์ระดับไฮเอนด์ ขณะที่รุ่นมาตรฐานหยุดอยู่ที่ 1080p240 หรือสโลว์โมชัน 8 เท่า ผู้ที่ถ่ายกีฬาความเร็วสูงหรืองาน documentary คงต้องชั่งน้ำหนักว่าส่วนต่าง 4,000 บาทคุ้มค่ากับ headroom ที่เพิ่มขึ้นหรือไม่
นอกจากสเปคด้านภาพ สิ่งที่ GoPro ใส่มาในซีรีส์นี้และแตกต่างจากคู่แข่งชัดเจนคือฟีเจอร์ที่มุ่งเป้าไปที่งานโปรดักชันจริง Timecode Sync ช่วยให้ซิงค์ภาพและเสียงได้แม่นยำเมื่อใช้งานร่วมกับกล้องหลายตัว ส่วนระบบเสียง 32-Bit Float พร้อมไมโครโฟน 4 ตัวในตัวช่วยให้บันทึกเสียงได้กว้างพอที่จะกู้คืนได้ในขั้นตัดต่อแม้เสียงดังหรือเบาเกิน
ด้านความทนทาน กล้องกันน้ำลึกสูงสุด 20 เมตรโดยไม่ต้องใส่เคสเพิ่ม ขณะที่แบตเตอรี Enduro 2 ความจุ 2,150mAh บันทึก 4K30 ได้ต่อเนื่องนานกว่า 3 ชั่วโมง และชาร์จจาก 0-80% ได้ใน 20 นาที ซึ่งเป็นสเปคที่ใช้ได้จริงในสนามโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดกลางคัน

GoPro เปิดตัวระบบไมโครโฟนไร้สาย Wireless Mic System รุ่นใหม่มาพร้อมกันในครั้งนี้ด้วย น้ำหนักเพียง 10 กรัม รับสัญญาณได้ไกลถึง 150 เมตร ถือว่าเบาและพกพาได้สะดวกกว่าระบบไมค์ไร้สายในตลาดหลายตัว บริษัทยังระบุว่ามีอุปกรณ์เสริมอื่นทยอยตามมา รวมถึง Point-and-Shoot Grip เพื่อสร้าง Ecosystem สำหรับครีเอเตอร์ให้ครบวงจรมากขึ้น
การเดินหน้าของ GoPro ครั้งนี้แสดงให้เห็นชัดว่าบริษัทไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ผู้ผลิตแอคชันแคมอีกต่อไป แต่กำลังพยายามเข้าไปนั่งในพื้นที่เดียวกับกล้อง Mirrorless ขนาดเล็กและกล้องถ่ายภาพยนตร์แบบ Compact ที่ราคาเข้าถึงได้ ว่าตลาดจะตอบรับทิศทางนี้อย่างไรคงต้องติดตามในช่วงไตรมาสถัดไป
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok