
Google เปิดตัวการเชื่อมต่อระหว่าง Gemini กับ Google Play Store ให้ผู้ใช้ Android ค้นหา ดาวน์โหลด และซื้อแอปพลิเคชันได้โดยตรงผ่านการสนทนากับ AI แทนที่จะต้องเปิด Play Store ด้วยตัวเอง ฟีเจอร์นี้ได้รับการ preview ครั้งแรกในงาน Google I/O 2026 เมื่อเดือนพฤษภาคม และขณะนี้อยู่ระหว่างการ rollout ทยอยไปยังผู้ใช้ทั่วโลก
ระบบใหม่นี้ทำงานในรูปแบบ “connected app” ที่ผู้ใช้ต้องเปิดใช้งานครั้งแรกผ่านการพิมพ์ prompt ที่เกี่ยวกับแอป เช่น “แนะนำแอปนั่งสมาธิให้หน่อย” หรือ “หาแอปแผนที่สำหรับใช้ต่างประเทศ” จากนั้น Gemini จะแนะนำให้เชื่อมต่อกับ Play Store โดยอัตโนมัติ เมื่อเชื่อมต่อแล้ว Gemini จะจดจำสิทธิ์การเข้าถึงนี้สำหรับการสนทนาครั้งต่อไปโดยไม่ต้องตั้งค่าซ้ำ
ผลลัพธ์ที่ Gemini แสดงออกมาแบ่งเป็นสองรูปแบบขึ้นอยู่กับลักษณะ prompt โดย prompt ที่ชัดเจนจะแสดง Play Store Card โดยตรง ระบุชื่อแอป คะแนนรีวิว และจำนวนดาวน์โหลด กดแตะแล้วสไลด์ขึ้นมาเป็นหน้า App Listing ติดตั้งได้ทันที ส่วน prompt ที่เป็นคำถามเปิดกว้างจะได้รับคำอธิบายแบบร้อยแก้ว และสามารถสั่งต่อด้วย “ติดตั้ง [ชื่อแอป]” เพื่อดึง Play Card ขึ้นมาได้เช่นกัน
จุดเด่นของระบบนี้คือความสามารถรับ prompt แบบภาษาพูดที่อธิบายความต้องการโดยไม่ต้องรู้ชื่อแอป ตัวอย่างเช่น “อยากได้แอปถ่ายรูปให้ได้โทนฟิล์ม 35mm สไตล์กล้องทิ้ง” หรือ “แนะนำแอปที่บอกได้ว่าปลาชนิดไหนมีในจุดดำน้ำที่กำลังจะไป” ซึ่งเป็นรูปแบบการค้นหาที่ช่องค้นหาแบบ keyword ใน Play Store ตอบไม่ได้
Google ระบุตัวอย่าง prompt ที่ระบบรองรับได้ครอบคลุมหลายกลุ่ม ทั้งแอปสุขภาพ แผนที่ท่องเที่ยว แอปวางแผนมื้ออาหาร และแอปแต่งรูป ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Google ออกแบบฟีเจอร์นี้สำหรับผู้ใช้ที่รู้ว่า “ต้องการอะไร” แต่ไม่รู้ว่า “แอปชื่ออะไร” โดยเฉพาะ
นอกจากการค้นหาและติดตั้งแอป ระบบยังรองรับการซื้อไอเทมในแอป (in-app purchases), แพ็กเกจสมาชิก (subscriptions) และ Google Play Gift Card ผ่านการสั่งด้วยภาษาพูดเช่นกัน ตัวอย่างเช่น “ซื้อ [ชื่อไอเทม] ในเกม [ชื่อเกม]” หรือ “ซื้อ Gift Card ของ [ร้าน]” โดย Google ระบุว่า Gift Card ใน Play Store เป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาตั้งแต่ปี 2025
อย่างไรก็ตาม Google ชี้แจงข้อจำกัดสำคัญสองข้อไว้ชัดเจน ข้อแรกคือ Gemini แนะนำได้เฉพาะ in-app items ของแอปที่ติดตั้งอยู่บนอุปกรณ์นั้นแล้วเท่านั้น ข้อสองคือไม่ใช่ทุกแอปที่รองรับการซื้อผ่าน Gemini ในขณะนี้ แต่รายชื่อแอปที่รองรับจะขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การเชื่อมต่อ Play Store เข้ากับ Gemini ครั้งนี้เป็นก้าวที่ Google วางไว้ในกลยุทธ์ใหญ่ของ Gemini ในฐานะ AI Assistant ที่ไม่ได้ตอบคำถามเพียงอย่างเดียว แต่ดำเนินการให้จบในการสนทนาเดียว ทิศทางนี้ตรงกับที่ Apple Intelligence กำลังเดินสายเชื่อม App Store กับ Siri ให้แน่นขึ้นบน iOS เช่นกัน การแข่งขันในการเป็น “ประตูหน้า” สู่ระบบนิเวศแอปผ่าน AI จึงเป็นสิ่งที่ทั้งสองค่ายให้ความสำคัญในปี 2026
สำหรับผู้ใช้ Android ในไทย ฟีเจอร์นี้เปลี่ยนพฤติกรรมการค้นหาแอปจากการพิมพ์ keyword ไปเป็นการ “บรรยายความต้องการ” ซึ่งเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ที่คุ้นชินกับการคุยกับ AI มากขึ้นทุกวัน และยิ่งมีน้ำหนักขึ้นเมื่อ Play Store ไทยมีแอปภาษาไทยและแอปบริการท้องถิ่นจำนวนมากที่ค้นหาด้วย keyword ภาษาอังกฤษได้ยาก
ข้อมูลจาก: 9to5Google
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok