
Gartner เตือนว่า หากผู้ให้บริการ AI ยังคงใช้งบลงทุนหรือ CAPEX ในระดับปัจจุบัน เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มูลค่ากว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาจเสี่ยงต่อการด้อยค่าภายในสิ้นปี พ.ศ.2573 หรือ ค.ศ.2030 ประเด็นอยู่ที่รายได้ซึ่งอาจกลับมาไม่ทันเงินที่ลงไป ขณะที่อุปกรณ์ประมวลผลมีรอบเปลี่ยนรุ่นรวดเร็ว ตัวเลขนี้จึงเป็นมูลค่าเงินลงทุนที่อาจเผชิญความเสี่ยงในอนาคต ไม่ใช่ยอดขาดทุนที่เกิดขึ้นแล้ว
วิล ซอมเมอร์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์ของ Gartner ประเมินว่าผู้ให้บริการ AI จะใช้งบเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2569 และเพิ่มอีก 6 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงปี 2570–2573 แต่รายได้จาก AI ทั้งฝั่งองค์กรและผู้บริโภคอาจรองรับแผนลงทุนทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าวได้ไม่เพียงพอ
เมื่อมองถึงปี 2573 Gartner ประเมินว่าเจ้าของ AI Data Center จำเป็นต้องมีรายได้สะสมถึง 8.5 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อครอบคลุมเงินลงทุนที่ประกาศไว้ ต้นทุนทางการเงิน และผลตอบแทนต่อเงินลงทุน 12% ที่ใช้เป็นเกณฑ์ในแบบประเมิน ขณะที่รายได้จาก AI ที่กลับเข้าสู่ AI Data Center ในช่วงเดียวกันถูกคาดว่าจะมีได้สูงสุดไม่เกิน 3.6 ล้านล้านดอลลาร์
รายได้ที่เกิดขึ้นในธุรกิจ AI ยังต้องดูด้วยว่าสุดท้ายไปถึงผู้ถือครองโครงสร้างพื้นฐานเท่าใด Gartner ระบุว่าผู้ให้บริการ AI Native ส่วนใหญ่ใช้รูปแบบ Asset-Light หรือดำเนินธุรกิจโดยถือครองสินทรัพย์ไม่มาก และคาดว่ารายได้จาก AI ไม่ถึงครึ่งจะตกถึงผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานจริง จึงไม่ควรนำรายได้ของบริการ AI ทั้งหมดมาเท่ากับรายได้ของผู้ลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์
ROIC คืออัตราผลตอบแทนต่อเงินลงทุนที่ใช้ดำเนินธุรกิจ ในการประเมินครั้งนี้ Gartner ใช้ 12% เป็นเกณฑ์ความคุ้มทุนขั้นต่ำ และมองว่าผลตอบแทนระดับดังกล่าวจะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงสิ้นปี 2575 หรือ 2032 เป็นอย่างเร็วที่สุด ระยะเวลาคืนผลตอบแทนจึงต้องนำมาเทียบกับสินทรัพย์ที่เสื่อมราคาและชิป AI รุ่นปัจจุบันที่อาจถูกแทนที่ด้วยรุ่นใหม่
หากสินทรัพย์สร้างผลตอบแทนได้ไม่ยั่งยืน เจ้าของอาจต้องปรับลดมูลค่าสินทรัพย์ที่บันทึกไว้ หรือ Write-Downs ซึ่งเป็นแกนของความเสี่ยงด้อยค่าที่ Gartner เตือน เมื่อมองไปถึงปี 2575 หากการลงทุนยังเดินต่อในทิศทางเดิม มูลค่าสินทรัพย์ที่อยู่ในความเสี่ยงอาจสูงกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตัวเลขนี้เป็นการมองความเสี่ยงในกรอบเวลาที่ยาวขึ้น ไม่ใช่ยอดขาดทุนที่บันทึกแล้ว
Neocloud คือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เฉพาะทางสำหรับงาน AI ซึ่งต้องเร่งสร้างกำไรจาก AI-optimized IaaS หรือบริการโครงสร้างพื้นฐานประมวลผลที่ปรับให้เหมาะกับ AI และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง Gartner มองว่ากลุ่มนี้ถูกกดดันจากความไม่สมดุลระหว่างรายได้กับเงินลงทุนมากกว่าผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ หรือ Hyperscalers ที่มีรายได้หลายทางรองรับการลงทุนได้อีกหลายปี
แม้ Gartner คาดว่าการใช้จ่าย AI-optimized IaaS จะเพิ่มจาก 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2570 เป็น 1.74 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2573 แต่การเติบโตนี้อาจยังไม่มากพอให้ผู้ให้บริการระบบประมวลผล AI ส่วนใหญ่คืนทุนก่อนชิปรุ่นปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยรุ่นใหม่ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจึงอาจเกิดขึ้นพร้อมกับแรงกดดันต่อความคุ้มค่าของการลงทุน
Gartner จึงคาดว่าภายในปี 2573 ผู้ให้บริการ Neocloud มากกว่า 80% จะไม่ได้ดำเนินธุรกิจอย่างอิสระอีกต่อไป จากทั้งต้นทุนและโมเดลธุรกิจที่ขาดความแตกต่าง ผลลัพธ์อาจเป็นการปิดกิจการ ถอนตัวจากตลาด หรือถูกควบรวม จึงไม่ได้หมายความว่าผู้ให้บริการทั้งหมดในสัดส่วนดังกล่าวจะล้มละลาย
สิ่งที่บทวิเคราะห์นี้มองแยกออกจากกันคือการเติบโตของตลาด AI กับผลตอบแทนของคนลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แม้การใช้จ่ายบริการประมวลผลยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามประมาณการของ Gartner แต่ผู้ถือครองดาต้าเซ็นเตอร์ต้องได้รับรายได้มากพอ และได้รับทันก่อนอุปกรณ์ที่ซื้อไว้จะถูกแทนที่ การเห็นตลาดโตเพียงอย่างเดียวจึงยังตอบเรื่องความคุ้มค่าของสินทรัพย์ไม่ได้
มุมมองของ ZanZab คือให้ดูความสัมพันธ์ของเงินลงทุน รายได้ที่กลับถึงเจ้าของสินทรัพย์ และรอบเปลี่ยนเทคโนโลยีไปพร้อมกัน คำเตือนเรื่องด้อยค่าจึงชี้ไปที่โครงสร้างธุรกิจและจังหวะคืนทุน โดยยังต้องคงเงื่อนไขว่าการคาดการณ์นี้ตั้งอยู่บนการลงทุนต่อในระดับปัจจุบัน ติดตามงานวิจัยและข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก Gartner
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok