การ์ทเนอร์ ชี้เทรนด์ Data & Analytics เดินหน้าสู่ AI-First ปี 2573

GogolicoNews8 กรกฎาคม 256925 Views

การ์ทเนอร์ เผยว่า ภายในปี 2573 องค์กรธุรกิจมากกว่า 1 ใน 10 แห่งทั่วโลกจะกลายเป็นองค์กร AI-First พร้อมระบุ 6 เทรนด์ด้าน Data & Analytics ที่ต้องจับตาในช่วง 2 ปีข้างหน้า ตั้งแต่การควบคุม AI ระดับประเทศ ไปจนถึงการกำกับดูแลการตัดสินใจของ AI Agent

องค์กรทั่วโลก 1 ใน 10 มุ่งสู่ AI-First ภายในปี 2573

คาร์ลี ไอดอยน์ รองประธานฝ่ายนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ ระบุว่า AI กลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจทางธุรกิจและการลงทุนขององค์กรแล้ว แรงขับเคลื่อนหลักมาจาก AI Agents ที่รับงานแทนคนมากขึ้น เทคโนโลยี Semantics ที่ช่วยตีความข้อมูล และ Converged Data & Analytics Platform ที่รวมเครื่องมือข้อมูลไว้ในระบบเดียว

ควบคู่กันไปคือกระแส Sovereign AI ที่รัฐบาลหลายประเทศต้องการควบคุมขีดความสามารถ AI ของตัวเอง เพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ การควบคุมระบบ D&A ให้อยู่ภายในประเทศจึงกลายเป็นแผนงานที่องค์กรต้องบริหารควบคู่กับการก้าวสู่ AI-First ตามที่ไอดอยน์ระบุ

Decision Governance และ AI Governance Platform คุมความเสี่ยง AI Agent

AI Agents ได้รับมอบหมายให้ตัดสินใจเรื่องกลยุทธ์และการปฏิบัติงานมากขึ้น การตัดสินใจที่ไม่มีการกำกับดูแลจึงเพิ่มความเสี่ยงด้านกฎหมายและภาพลักษณ์องค์กร การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2572 การตัดสินใจที่ใช้โมเดลจำลองชัดเจนจะได้รับความไว้วางใจมากกว่าเดิม 5 เท่า และทำงานเร็วขึ้น 80% เมื่อเทียบกับการตัดสินใจที่ไม่มีการกำกับดูแล

ขณะเดียวกัน มาตรฐานรับรองแบบเดิมเริ่มไม่เพียงพอต่อความซับซ้อนของกฎระเบียบ AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก AI Governance Platform จึงเข้ามาช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามนโยบายบริษัทและกฎหมายได้ โดยการ์ทเนอร์แนะนำให้ผู้บริหาร D&A นำแพลตฟอร์มนี้ไปใช้จริง เพื่อให้เกิดการตรวจสอบจากส่วนกลางและบังคับใช้มาตรการควบคุมที่จำเป็น

ข้อมูลเรียลไทม์และการจัดการข้อมูลด้วย Agentic AI

การประมวลผลข้อมูลแบบชุดเริ่มช้าเกินไปสำหรับองค์กรที่ใช้งาน AI Agents Agentic Data Streaming จึงเข้ามาช่วยให้ข้อมูลไหลต่อเนื่องแบบมีเหตุการณ์ขับเคลื่อน การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2571 การใช้ Data Streaming กับ Agentic AI จะพุ่งเกิน 60% จากเดิมที่ต่ำกว่า 15% ในปี 2568 โดยยูสเคสสำคัญ ได้แก่ Decision Intelligence, Autonomous Operations และ Digital Twins

นอกจากนี้ Agentic Data Management ยังนำ AI Agents เข้ามาช่วยจัดการข้อมูลที่ซับซ้อนขึ้น ไอดอยน์ระบุว่าการผสาน AI Agents เข้ากับกระบวนการจัดการข้อมูล ช่วยให้ทีมข้อมูลทำงานยืดหยุ่นขึ้นผ่านระบบที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง แต่การกำกับดูแลที่แข็งแกร่งยังจำเป็นเพื่อให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอและตรงเป้าหมายธุรกิจ

GraphRAG อุดช่องโหว่การค้นหาข้อมูลแบบเดิม

RAG แบบดั้งเดิมไม่สามารถรองรับคำถามที่ซับซ้อนและต้องอาศัยบริบทชัดเจนได้ GraphRAG จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการรวม Knowledge Graph เข้ากับ LLM เพื่อปรับปรุงวิธีที่ระบบ AI สืบค้นและเชื่อมโยงข้อมูล ช่วยตีความบริบทและให้ผลลัพธ์แม่นยำขึ้นในงานที่ซับซ้อน

การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2572 องค์กรธุรกิจราว 40% จะนำเทคนิค GraphRAG มาใช้ เพื่อปรับปรุงความถูกต้องของข้อมูลในการตอบคำถามและเพิ่มขีดความสามารถด้านการให้เหตุผลของ LLM

ทั้ง 6 เทรนด์นี้ชี้ทิศทางเดียวกันว่า ภายในปี 2571 ถึง 2573 องค์กรที่วางแผนงบด้านข้อมูลจะต้องจัดลำดับความสำคัญของการกำกับดูแล AI ควบคู่ไปกับการลงทุนด้านโครงสร้างข้อมูลแบบเรียลไทม์

Loading Next Post...
Search Trending
Popular
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...