
คนไทยไม่ได้แค่วิ่งและปั่น แต่ทำได้ในระดับที่ติดอันดับโลก การ์มิน เผยข้อมูลจาก Garmin Connect™ เนื่องในวันวิ่งโลกและวันจักรยานโลก ชี้ว่านักวิ่งไทยใช้เวลาเฉลี่ย 46.7 นาทีต่อครั้ง ติดท็อป 5 ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่นักปั่นไทยมีความเร็วเฉลี่ยสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟของคนไทยไม่ได้อยู่แค่ในระดับภูมิภาคอีกต่อไป

ข้อมูลที่บันทึกผ่าน Garmin Connect™ พบว่าผู้ใช้งานในประเทศไทยวิ่งเฉลี่ย 46.7 นาทีต่อครั้ง ระยะทางเฉลี่ย 7.2 กิโลเมตร ตัวเลขนี้ดันไทยขึ้นสู่อันดับ 5 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมกับจีน อินเดีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ และอันดับ 29 ของโลก ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะคนไทยวิ่งเฉลี่ยยาวกว่า 45 นาที หมายความว่าการวิ่งแต่ละครั้งไม่ใช่แค่ออกไปจ็อกรอบหมู่บ้าน แต่เป็นเซสชันจริงจัง
ในภาพรวมโลก ผู้ใช้งานทั่วโลกบันทึกการวิ่งในร่มเพิ่มขึ้นเกือบ 13% และการวิ่งกลางแจ้งเพิ่มขึ้น 3% เทียบกับปีก่อน ที่น่าสนใจกว่านั้นคือจำนวนผู้ที่วิ่งควบคู่กับการฝึกเสริมสร้างความแข็งแรงภายในสัปดาห์เดียวกันเพิ่มขึ้นถึง 23% บอกได้ว่าแนวคิดการออกกำลังกายแบบองค์รวม ทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิง กำลังกลายเป็นกระแสหลักมากขึ้น
แผนการฝึกซ้อมฮาล์ฟมาราธอนยังคงครองอันดับหนึ่งในโปรแกรมยอดนิยมของ Garmin Coach ทั่วโลก สะท้อนว่าผู้คนไม่ได้วิ่งแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ตั้งเป้าหมายและฝึกซ้อมอย่างมีระบบเพื่อพัฒนาตัวเองอย่างจริงจัง ระยะ 21 กิโลเมตรนี้กลายเป็นจุดหมายที่พอดีสำหรับคนที่ต้องการท้าทายตัวเองโดยไม่ต้องทุ่มเทเท่ามาราธอนเต็ม

หากสถิติการวิ่งดูน่าประทับใจ ตัวเลขการปั่นจักรยานของไทยก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะนักปั่นไทยมีความเร็วเฉลี่ย 16.81 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 27 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ดันไทยขึ้นสู่อันดับ 2 ของโลกด้านความเร็วเฉลี่ย และอันดับ 9 ด้านระยะทางเฉลี่ยต่อครั้งที่ 49.6 กิโลเมตร ตัวเลขนี้สะท้อนว่าชุมชนนักปั่นไทยมีระดับสมรรถภาพที่สูงมาก ไม่ใช่นักปั่นสุดสัปดาห์ทั่วไป
เมื่อดูภาพรวมโลก นักปั่นทั่วโลกใช้เวลาเฉลี่ย 115 นาทีต่อการปั่นหนึ่งครั้ง ขณะที่ไทยอยู่ที่ 109.8 นาที ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยโลก แสดงให้เห็นว่าคนไทยปั่นน้อยกว่าค่าเฉลี่ยโลกเล็กน้อยแต่เร็วกว่ามาก สำหรับการปั่นกลางแจ้งโดยเฉพาะ ไทยมีเวลาเฉลี่ย 113.1 นาทีต่อครั้ง ติดอันดับ 32 ของโลก ส่วนการปั่นในร่มอยู่ที่ 65.3 นาที อันดับ 26 ของโลก

ความเร็วเฉลี่ยที่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลกนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ กลุ่มนักปั่นไทยที่รวมตัวกันปั่นระยะ 50–100 กิโลเมตรในช่วงเช้าวันหยุดมีอยู่ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และหัวเมืองอื่น การปั่นในกลุ่มที่มีเพซสูงอย่างต่อเนื่องช่วยดันค่าเฉลี่ยขึ้น ผู้ที่ใช้การ์มินมักเป็นนักปั่นจริงจัง ไม่ใช่ผู้ใช้แคชวล จึงทำให้ข้อมูลของไทยในฐานนี้สูงกว่าหลายประเทศที่มีฐานผู้ใช้หลากหลายกว่า
เพื่อต่อยอดโมเมนตัมด้านสุขภาพ การ์มิน จัดกิจกรรม Garmin Virtual Challenge 2026 ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน ถึง 2 สิงหาคม 2569 ผู้เข้าร่วมเลือกระยะได้ระหว่าง 10 กิโลเมตรหรือฮาล์ฟมาราธอน วิ่งได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปพลิเคชัน Garmin Sports ทั้งในร่มและกลางแจ้ง รางวัลสูงสุดคือสิทธิ์เข้าร่วม Garmin Run Taipei งานวิ่งแฟล็กชิปในเอเชีย
คุณมิสซี่ ยาง ผู้จัดการประจำ การ์มิน ประเทศไทย ระบุว่าข้อมูลจาก Garmin Connect™ ยืนยันว่าสมาร์ตวอตช์และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์สวมใส่ แต่กลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจข้อมูลสุขภาพและวางแผนการฝึกซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับนักวิ่ง ไลน์อัปปัจจุบันครอบคลุมตั้งแต่ Forerunner 70 สำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึง Forerunner 970 และ fēnix 8 Pro สำหรับนักวิ่งจริงจัง รวมถึง Venu 4 ที่เน้นไลฟ์สไตล์ ฝั่งนักปั่น มีทั้ง Edge คอมพิวเตอร์จักรยานระบบจีพีเอส, Rally มิเตอร์วัดพลังงานจากแป้นเหยียบ (Power Meter), Varia เรดาร์แจ้งเตือนรถที่กำลังเข้าใกล้จากด้านหลัง และ Tacx เทรนเนอร์อัจฉริยะสำหรับการปั่นในร่ม
ตัวเลขที่ไทยทำได้ทั้งในสนามวิ่งและเส้นทางจักรยานระดับโลกนี้ แสดงให้เห็นว่าชุมชนนักออกกำลังกายไทยกำลังเติบโตในเชิงคุณภาพ ไม่ใช่แค่ปริมาณ และเทคโนโลยีการติดตามข้อมูลก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาตัวเองที่ขาดไม่ได้
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok