Ericsson AI in RAN อัปเกรดซอฟต์แวร์เดียว เพิ่มความจุ 5G ได้ถึง 20% โดยไม่ต้องเปลี่ยนเสา

GogolicoGogolicoPR, News16 มิถุนายน 2026151 Views

อีริคสันเปิดตัว AI in RAN ซอฟต์แวร์แบบสมัครสมาชิกที่นำโมเดล AI ระดับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมฝังเข้าไปในระบบ Baseband และ Radio โดยตรง ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ 5G ที่มีอยู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทุนฮาร์ดแวร์ใหม่ ทั้งนี้จากการทดสอบจริงใน 15 เครือข่ายทั่วโลก พบว่าความจุดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นสูงสุด 20% และรองรับผู้ใช้งานในพื้นที่แน่นได้มากขึ้นถึง 2 เท่า

อัปเกรดซอฟต์แวร์ เค้นศักยภาพ 5G เดิมโดยไม่เปลี่ยนเสา

แนวคิดหลักของ AI in RAN คือการใช้ AI เข้าไปตัดสินใจในจุดที่ใกล้คลื่นวิทยุที่สุด ทั้งระดับ Baseband ที่ประมวลผลสัญญาณ และระดับ Radio ที่ส่งคลื่นออกอากาศ ซึ่งต่างจากแนวทางเดิมที่ AI มักทำงานอยู่ชั้น Network Management ห่างจากคลื่นจริง การประมวลผลแบบ Ultra-low latency ระดับไมโครวินาทีที่ฝังอยู่ในชิป Ericsson Silicon ทำให้โมเดล AI สามารถปรับ Beamforming (การกำหนดทิศทางคลื่น), การจัดสรรคลื่นความถี่ และตำแหน่งผู้ใช้งานได้แบบเรียลไทม์โดยไม่มีดีเลย์

ผลลัพธ์ที่วัดได้จากการติดตั้งจริงครอบคลุมหลายมิติ ความแม่นยำในการคาดการณ์ความครอบคลุมของสัญญาณอยู่ที่ 90-95% ขณะที่ความแม่นยำระบุตำแหน่งผู้ใช้งานสูงขึ้นถึง 5 เท่าและประสิทธิภาพการใช้คลื่นความถี่เพิ่มได้สูงสุด 10% ตัวเลขเหล่านี้หมายความว่าผู้ให้บริการสามารถรองรับทราฟฟิกหนักในพื้นที่แออัดได้โดยไม่ต้องรอลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรอบใหม่

ฟีเจอร์แรกพร้อม Q2 ปีนี้ ขยายต่อเนื่องปลายปี

อีริคสันวางแผนเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ชุดแรกในไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 ได้แก่ AI-native Scheduler for Link Adaptation ที่ปรับการเชื่อมต่อเรียลไทม์, AI-powered Macro Positioning สำหรับระบุตำแหน่งผู้ใช้แม่นยำ และ AI-managed Beamforming ที่กำหนดทิศทางคลื่นอัตโนมัติ โดยในช่วงปลายปียังมีการอัปเกรดเพิ่มเติมอีก เช่น AI-powered Multi-layer Coordination และ Augmented Observability for AI in RAN ซึ่งช่วยให้วิศวกรเครือข่ายมองเห็นการทำงาน AI ภายในระบบได้ชัดเจนขึ้น

ซอฟต์แวร์รองรับทั้งแพลตฟอร์มแบบสร้างขึ้นเฉพาะ (Dedicated Hardware) และ Cloud RAN บนแพลตฟอร์มพันธมิตร ขณะเดียวกันยังรองรับ Agentic AI หรือ AI ที่ตัดสินใจและดำเนินการเองแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับเครือข่าย AI-native ในยุค 6G

SoftBank, Bell, SK Telecom, Rogers ยืนยันนำไปใช้จริง

คุณ Teruyuki Oya รองประธานอาวุโสของ SoftBank Corp. ระบุว่าการปรับประสิทธิภาพคลื่นวิทยุแบบเรียลไทม์เปิดทางให้รองรับบริการ Physical AI ที่ต้องการความหน่วงต่ำสูงในอนาคต ด้านคุณ Yu Takki หัวหน้าสำนักงานเทคโนโลยีเครือข่าย SK Telecom ชี้ว่าเทคโนโลยีนี้เป็นรากฐานของ 6G แบบ AI-native และคุณ Bruce Dean รองประธานอาวุโสของ Bell เน้นว่าการรวม AI เข้ากับ RAN โดยตรงทำให้เครือข่ายมีความเฉลียวฉลาดและประหยัดพลังงานมากขึ้นในคราวเดียวกัน

คุณ Joe Madden นักวิเคราะห์จาก Mobile Experts มองว่านี่คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดแก่ผู้ให้บริการในรอบหลายปี เพราะเพียงอัปเกรดซอฟต์แวร์ก็สามารถดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างพื้นฐาน 5G เดิมออกมาใช้ได้ทันที

บริบทตลาดไทยและทิศทางข้างหน้า

สำหรับตลาดไทย ผู้ให้บริการเครือข่ายที่ลงทุน 5G ไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีโอกาสอัปเกรดผ่านซอฟต์แวร์แทนการรอวงจรลงทุนฮาร์ดแวร์รอบถัดไป ซึ่งทั้งลดต้นทุนและย่นระยะเวลาการได้รับประโยชน์จาก AI ลงอย่างมีนัยสำคัญ อีริคสันเริ่มฝัง AI ใน RAN มาตั้งแต่ยุค 4G และเพิ่มระบบเร่งประมวลผลที่รองรับ AI เข้าใน RAN Compute ตั้งแต่ปี 2564 ก่อนเพิ่ม Neural Network Accelerators ใน Massive MIMO radios ในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ซึ่งเพิ่มขีดความสามารถประมวลผล AI ได้ถึง 10 เท่า ทิศทางนี้ชัดเจนว่าเครือข่ายอัจฉริยะไม่ใช่อนาคต แต่กำลังเกิดขึ้นแล้วบนโครงสร้างที่วางไว้ตั้งแต่วันนี้

Loading Next Post...
Search Trending
Loading

Signing-in 3 seconds...

Signing-up 3 seconds...