
DJI เปิดตัว DJI Mic Mini 2S ไมโครโฟนไร้สายขนาดเล็กรุ่นใหม่ที่เพิ่มความสามารถในการบันทึกเสียงภายในตัวเป็นครั้งแรกในซีรีส์ พร้อมรองรับการบันทึกแบบ 32-bit Float เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากไฟล์เสียงที่ขาดหาย ระดับเสียงผิดพลาด หรือเหตุการณ์สำคัญที่ไม่สามารถย้อนกลับไปถ่ายใหม่ได้
ตัวส่งสัญญาณแต่ละตัวมีพื้นที่จัดเก็บภายในประมาณ 14.5GB สามารถบันทึกเสียงได้นานสูงสุด 28 ชั่วโมงในโหมด 24-bit ตามค่าเริ่มต้น พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนด้วย AI สองระดับ การควบคุมระดับเสียงอัตโนมัติ และการเชื่อมต่อแบบ 4 TX + 1 RX สำหรับงานสัมภาษณ์ พอดแคสต์ และโปรดักชันที่มีผู้พูดหลายคน
DJI Mic Mini 2S วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว ผ่าน DJI Experience Store Thailand และร้านค้าพันธมิตรที่ได้รับอนุญาต ราคาเริ่มต้น 2,500 บาทสำหรับตัวส่งสัญญาณ และมีชุดพร้อมใช้งานให้เลือกหลายรูปแบบตามลักษณะการทำงาน

ปัญหาสำคัญของการถ่ายวิดีโอไม่ได้อยู่ที่ภาพเพียงอย่างเดียว เพราะแม้บางฉากจะสามารถถ่ายใหม่ได้ แต่บทสัมภาษณ์ เหตุการณ์เฉพาะหน้า หรือช่วงเวลาที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว อาจไม่สามารถย้อนกลับไปบันทึกเสียงใหม่ได้ หากสัญญาณขาด ระดับเสียงสูงเกินไป หรือไฟล์เสียงมีปัญหา
DJI Mic Mini 2S จึงเพิ่มความสามารถในการบันทึกเสียงภายในตัวส่งสัญญาณ เพื่อให้ครีเอเตอร์มีไฟล์เสียงสำรองแยกจากสัญญาณที่ส่งไปยังกล้องหรือโทรศัพท์มือถือ
ตัวส่งสัญญาณแต่ละตัวมีพื้นที่จัดเก็บประมาณ 14.5GB และรองรับการบันทึกเสียงได้นานสูงสุด 28 ชั่วโมงในโหมด 24-bit ตามค่าเริ่มต้น ช่วยให้รองรับการถ่ายทำต่อเนื่องได้ยาวขึ้น โดยไม่ต้องถ่ายโอนไฟล์ออกจากตัวส่งบ่อยครั้ง
DJI Mic Mini 2S รองรับการบันทึกเสียงภายในตัวแบบ 32-bit Float ซึ่งช่วยเก็บช่วงไดนามิกของเสียงได้กว้างขึ้น ตั้งแต่เสียงกระซิบเบา ไปจนถึงเสียงดังที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
ประโยชน์สำคัญคือ ครีเอเตอร์สามารถนำไฟล์ไปปรับระดับเสียงในขั้นตอน Post-production ได้ยืดหยุ่นกว่าเดิม และลดความเสี่ยงจากเสียงแตกหรือระดับเสียงต่ำเกินไปจนใช้งานต่อได้ยาก
ฟีเจอร์นี้เหมาะกับงานที่ควบคุมระดับเสียงของผู้พูดหรือสภาพแวดล้อมได้ไม่แน่นอน เช่น การสัมภาษณ์นอกสถานที่ การถ่ายกิจกรรม งานอีเวนต์ หรือคอนเทนต์ที่มีเสียงดังสลับเบาอยู่ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาบันทึกสูงสุด 28 ชั่วโมงที่ DJI ระบุ เป็นตัวเลขในโหมด 24-bit ตามค่าเริ่มต้น ไม่ใช่ระยะเวลาการบันทึกแบบ 32-bit Float โดยตรง

DJI Mic Mini 2S มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนด้วย AI สองระดับ ซึ่งสามารถเลือกให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมในการบันทึกเสียง
ระดับ Basic ออกแบบมาเพื่อลดเสียงรบกวนภายในอาคาร เช่น เสียงพัดลม เครื่องปรับอากาศ และเสียงก้องสะท้อน ขณะที่ระดับ Strong เหมาะสำหรับพื้นที่กลางแจ้งหรือบริเวณที่มีเสียงรบกวนรุนแรง เพื่อช่วยรักษาความชัดเจนของเสียงพูด
นอกจากนั้น ยังมีระบบป้องกันการตัดยอดสัญญาณ ซึ่งจะลด Gain โดยอัตโนมัติเมื่อระดับเสียงพุ่งสูงขึ้น และระบบปรับสมดุลระดับเสียงแบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้ระดับเสียงของผู้พูดมีความสม่ำเสมอมากขึ้น
ฟีเจอร์เหล่านี้ช่วยลดขั้นตอนในการแก้เสียงภายหลัง โดยเฉพาะงานสัมภาษณ์ การถ่ายทอดสด หรือการถ่ายทำที่มีเวลาปรับแต่งไฟล์เสียงจำกัด
DJI Mic Mini 2S มี Preset โทนเสียงให้เลือกสามรูปแบบ เพื่อให้ครีเอเตอร์ปรับลักษณะเสียงให้ใกล้กับผลงานปลายทางตั้งแต่ขั้นตอนการบันทึก
Preset เหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้เลือกบุคลิกเสียงได้ตามประเภทคอนเทนต์ เช่น บทสัมภาษณ์ พอดแคสต์ วิดีโอท่องเที่ยว หรือคอนเทนต์ที่ต้องการโทนเสียงชัดเจนเป็นพิเศษ
ตัวรับสัญญาณหนึ่งตัวสามารถเชื่อมต่อกับตัวส่งสัญญาณได้พร้อมกันสูงสุดสี่ตัว ทำให้ DJI Mic Mini 2S รองรับงานที่มีผู้พูดหลายคน เช่น การสัมภาษณ์แบบกลุ่ม พอดแคสต์ โต๊ะกลม หรือโปรดักชันขนาดเล็ก
ระบบยังรองรับตัวส่งสัญญาณจาก DJI Mic Mini และ DJI Mic Mini 2 รวมถึง DJI Mic Series Mobile Receiver ช่วยให้ผู้ใช้เดิมสามารถขยายระบบจากอุปกรณ์ที่มีอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชุดใหม่ทั้งหมด
การรองรับข้ามรุ่นยังช่วยให้ครีเอเตอร์เลือกเพิ่มตัวส่งเฉพาะส่วนที่จำเป็น และปรับขนาดชุดอุปกรณ์ตามลักษณะงานได้ยืดหยุ่นขึ้น

ตัวส่งสัญญาณ DJI Mic Mini 2S มีน้ำหนักประมาณ 12 กรัม ออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด และติดตั้งได้ทั้งแบบคลิปหนีบและแม่เหล็ก
ขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบาช่วยลดความรู้สึกเกะกะระหว่างการใช้งาน รวมถึงช่วยให้วางตำแหน่งไมโครโฟนไว้ใกล้แหล่งกำเนิดเสียงได้ง่ายขึ้น โดยไม่ดึงเสื้อผ้าหรือรบกวนการเคลื่อนไหวมากนัก

ฝาด้านหน้าของตัวส่งเป็นแบบแม่เหล็กและสามารถถอดเปลี่ยนได้ โดย DJI มีฝาหลากสีให้เลือกแปดแบบ รวมถึงรุ่น Time Series Magnetic Front Cover ซึ่งออกแบบร่วมกับ Victo Ngai ศิลปินภาพประกอบระดับนานาชาติ
นอกจากช่วยปรับลุคของไมโครโฟนให้เข้ากับเสื้อผ้าหรือสไตล์ของผู้ใช้งานแล้ว ในการถ่ายทำที่มีผู้พูดหลายคน หน้ากากคนละสียังอาจช่วยให้ทีมงานแยกตัวส่งของผู้พูดแต่ละคนได้ง่ายขึ้น ลดโอกาสหยิบสลับหรือจำผิดว่าไมโครโฟนตัวใดอยู่กับใคร
ส่วนนี้เป็นประโยชน์เชิง Workflow ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ แม้ DJI จะไม่ได้ระบุไว้โดยตรงว่าออกแบบหน้ากากสีมาเพื่อการแยกผู้พูดก็ตาม
ตัวส่งสัญญาณ DJI Mic Mini 2S สามารถเชื่อมต่อกับกล้อง Osmo บางรุ่นได้โดยตรง โดยไม่ต้องใช้ตัวรับสัญญาณแยก
รุ่นที่รองรับ ได้แก่
ระบบ OsmoAudio Direct Connection สามารถส่งสัญญาณเสียงคุณภาพ 48kHz 24-bit ไปยังอุปกรณ์ที่รองรับ ช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องต่อเข้ากับกล้อง และทำให้ Workflow ภายใน Ecosystem ของ DJI คล่องตัวขึ้น
ฟีเจอร์นี้เหมาะกับครีเอเตอร์ที่ใช้งานกล้อง Osmo อยู่แล้ว และต้องการชุดบันทึกเสียงขนาดเล็กที่ติดตั้งได้รวดเร็วโดยไม่เพิ่ม Receiver บนตัวกล้อง
DJI Mic Mini 2S วางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว โดยมีชุดอุปกรณ์และราคาดังนี้
สำหรับครีเอเตอร์ที่ถ่ายงานคนเดียวและมี Receiver เดิมอยู่แล้ว สามารถเลือกซื้อ Transmitter เพิ่มได้ในราคา 2,500 บาท
สำหรับใครที่ต้องการชุดพร้อมใช้งานสำหรับสองคน สามารถเลือกชุด 2 TX + 1 RX พร้อม Charging Case ในราคา 6,200 บาท ส่วนผู้ใช้ที่ทำคอนเทนต์ผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก มีชุด 1 TX + 1 Mobile RX พร้อม Charging Case ราคา 3,650 บาท
จุดเด่นสำคัญของ DJI Mic Mini 2S ไม่ได้อยู่เพียงขนาดเล็กหรือน้ำหนักเบา แต่คือการเพิ่มระบบบันทึกเสียงภายในตัว เพื่อให้ครีเอเตอร์มีไฟล์สำรองเมื่อต้องทำงานในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
เมื่อรวมกับการบันทึกแบบ 32-bit Float ระบบตัดเสียงรบกวนด้วย AI สองระดับ การเชื่อมต่อสูงสุดสี่ตัวส่ง และความเข้ากันได้กับอุปกรณ์ DJI รุ่นก่อนหน้า ทำให้ Mic Mini 2S รองรับได้ตั้งแต่งานถ่ายคนเดียว ไปจนถึงพอดแคสต์และโปรดักชันกลุ่มเล็ก
หน้ากากแม่เหล็กหลายสียังเพิ่มความยืดหยุ่นทั้งในแง่ดีไซน์และการจัดการอุปกรณ์ โดยเฉพาะในงานหลายคนที่ทีมงานต้องแยกตัวส่งแต่ละตัวออกจากกันอย่างรวดเร็ว
DJI Mic Mini 2S วางจำหน่ายแล้วผ่าน DJI Experience Store Thailand และร้านค้าพันธมิตรที่ได้รับอนุญาต ราคาเริ่มต้น 2,500 บาท
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok