
2C2P by Antom ร่วมกับ IDC เผยรายงาน “How Southeast Asia Buys and Pays 2026” ที่สำรวจกลุ่ม SME จำนวน 600 รายใน 6 ประเทศอาเซียน ผลลัพธ์ที่ได้ฉายภาพที่น่าสนใจ ตลาดอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคกำลังเดินหน้าอย่างร้อนแรง ขณะที่ผู้ประกอบการไทยรับรู้โอกาสแต่ยังติดหล่มในเรื่องพื้นฐาน
ตัวเลขจาก IDC ชี้ว่าตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะขยายตัว 85.4% แตะมูลค่า 9.38 ล้านล้านบาท (ประมาณ 2.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) ภายในปี 2572 คิดเป็น CAGR ที่ 13.2% ต่อปีในช่วงปี 2567-2572 ตัวเลขนี้จะดันให้อาเซียนขึ้นเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดียเพียงแห่งเดียว
หัวใจของการเติบโตนี้คือดิจิทัลเพย์เมนต์ ซึ่งคาดว่าจะครองสัดส่วน 97% ของธุรกรรมอีคอมเมิร์ซทั้งหมดภายในปี 2572 เพิ่มจาก 89% ในปัจจุบัน แรงหนุนหลักมาจากสองทาง คือ ระบบชำระเงินภายในประเทศ (Domestic Payments) ที่จะโตถึง 104% แตะ 2.98 ล้านล้านบาท แซงหน้าบัตรเครดิต-เดบิตขึ้นเป็นช่องทางที่มีมูลค่าสูงสุดในภูมิภาค และกระเป๋าเงินดิจิทัล (Mobile Wallet) ที่จะขยายตัว 107% แตะ 2.56 ล้านล้านบาท
ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือบริการ BNPL (Buy Now Pay Later) หรือการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ซึ่ง IDC คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียนด้วยอัตรา 174% แตะมูลค่า 6.11 แสนล้านบาทภายในปี 2572 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประชากรกว่า 56% ในอาเซียนยังไม่มีบัตรเครดิต-เดบิต ทำให้ BNPL เป็นช่องทางที่เปิดโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อรูปแบบใหม่

ในฝั่ง SME ผลสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 600 รายครอบคลุมอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม พบว่า 66% ของ SME ทั่วอาเซียนขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่ผู้ประกอบการกว่า 1 ใน 3 ยังพึ่งพาเงินสดเป็นหลัก และ 63% มองว่าระบบชำระเงินที่ใช้อยู่ยังไม่ตอบโจทย์
สำหรับไทยโดยเฉพาะ ภาคท่องเที่ยวที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจกำลังผลักให้ SME จำนวนมากต้องรองรับการชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีระบบที่ใช้ไม่เหมือนกัน ผู้ประกอบการไทยในสำรวจให้ความสำคัญกับการขยายตลาดและพัฒนาโซลูชันการชำระเงินเท่ากันที่ 31% ตามด้วยการบริหารจัดการทางการเงิน 25%
แม้ความตั้งใจจะมี แต่มีสามปัญหาที่ SME ไทยระบุว่าเป็นอุปสรรคหลัก อันดับแรกคือค่าธรรมเนียมที่สูง (36%) ซึ่งเป็นต้นทุนที่กินกำไรในธุรกิจขนาดเล็กอย่างเห็นได้ชัด อันดับสองและสามคือความเสี่ยงด้านการฉ้อโกง (28%) และความซับซ้อนในการเชื่อมต่อระบบ (28%) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ต้องการทรัพยากรทั้งเงินและเวลาที่ SME มักไม่มีพอ
ในระดับภูมิภาค ปัญหาเดียวกันนี้ปรากฏซ้ำในทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์หรืออินโดนีเซีย ความซับซ้อนของระบบการชำระเงินที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศยิ่งทำให้ SME ที่ต้องการขยายข้ามพรมแดนรู้สึกว่ากำแพงสูงกว่าที่คิด
ตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดในรายงานนี้ คาดการณ์จาก IDC ว่าหาก SME สามารถเข้าถึงตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนได้มากขึ้น จะสร้างมูลค่าการขายเพิ่มได้ถึง 6.73 แสนล้านบาทภายในปี 2572 บริบทนี้สำคัญมากสำหรับไทย เพราะปัจจุบันมีเพียง 49% ของ SME ไทยที่ทำการค้าข้ามพรมแดน ขณะที่กว่า 3 ใน 4 มีแผนขยายตลาดต่างประเทศภายใน 2 ปีข้างหน้า
ช่องว่างระหว่างแผนกับความเป็นจริงนี้คือที่มาของการแข่งขันในตลาดโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท 2C2P by Antom ระบุว่าแพลตฟอร์มของบริษัทรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Single API เพื่อให้ธุรกิจทุกขนาดบริหารจัดการการชำระเงินในหลายตลาดพร้อมกันได้ โดยไม่ต้องพัฒนาระบบแยกในแต่ละประเทศ
SME กลุ่มที่สามารถแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินได้ก่อนจะมีข้อได้เปรียบอย่างชัดเจนในตลาดที่กำลังเติบโตเร็วที่สุดในโลก
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok