
Bang & Olufsen ร่วมกับ Fragment Design สตูดิโอของ Hiroshi Fujiwara นักออกแบบและดีเจชื่อดังจากโตเกียว เปิดตัวคอลเลกชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่นำผลิตภัณฑ์เครื่องเสียง 4 รายการมาผ่านกระบวนการออกแบบและผลิตใหม่ทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่หูฟังไฮเอนด์ไปจนถึงระบบเสียงภายในบ้านระดับสั่งผลิต พร้อมวางจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 3 มิถุนายน นี้
สิ่งที่ทำให้คอลเลกชั่นนี้แตกต่างจากคอลแลบฯ ทั่วไปคือความสัมพันธ์ที่สะสมมายาวนานกว่า 30 ปี Fujiwara เป็นผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ Bang & Olufsen จริงตั้งแต่ยุค 90s และมีส่วนในการนำแบรนด์เข้าสู่วัฒนธรรมสตรีทแวร์ญี่ปุ่น ทำให้ทิศทางดีไซน์ของคอลเลกชั่นนี้มาจากความเข้าใจผลิตภัณฑ์อย่างถ่องแท้ ไม่ใช่เพียงการวางโลโก้ทับ
จุดที่น่าสนใจทางเทคนิคของคอลเลกชั่นนี้คือการนำกระบวนการ ชุบอโนไดซ์และขัดเงาด้วยมือ มาใช้กับผลิตภัณฑ์พกพาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ Bang & Olufsen กระบวนการนี้ให้พื้นผิวอะลูมิเนียมที่มีความเงาวาวระดับสูงซึ่งไม่สามารถได้จากกระบวนการอัตโนมัติ และถือเป็นการนำความเชี่ยวชาญด้านงานโลหะที่แบรนด์สะสมมาหลายทศวรรษมาใช้ในรูปแบบที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่ง
ผลลัพธ์ที่ได้คือพื้นผิวสีดำที่มีความลึกและมิติมากกว่าการพ่นสีหรือชุบทั่วไป ซึ่งตอบโจทย์สุนทรียะโมโนโครมของ Fragment ได้อย่างตรงจุด โดย Kresten Bjørn Krab-Bjerre ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายดีไซน์ของ Bang & Olufsen ระบุว่าพื้นผิวในลักษณะนี้สร้างได้ด้วยงานทำมือเท่านั้น
Beosound A1 รุ่นที่ 3 เป็นลำโพงพกพาที่ตกแต่งด้วยสัญลักษณ์สายฟ้าคู่ของ Fragment ใต้ตะแกรงลำโพง ขณะที่ Beoplay H100 นำโลโก้ Fragment มาวางบนที่ครอบหูด้านซ้ายและใช้อะลูมิเนียมผิวเงาบนตัวถัง สำหรับ Beosound Shape ชุด 7 แผ่นติดผนัง ใช้ผ้าสีดำและสีเทาในแพตเทิร์นที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้ พร้อมแท็กโลโก้อะลูมิเนียมเป็นจุดปิดท้าย
ชุด Beosystem 9000c ที่มาพร้อมลำโพง Beolab 28 และรีโมท Beoremote One เป็นรายการที่มีราคาและความพิเศษสูงสุดในคอลเลกชั่น ออกแบบให้พื้นผิวสีดำด้านสลับกับอะลูมิเนียมสีธรรมชาติผิวเงา และสอดแทรกสัญลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์บนตัวยึดซีดีและขาตั้งลำโพง ชุดนี้ผลิตตามออเดอร์และจำหน่ายเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น
คอลเลกชั่นเปิดตัวเอ็กซ์คลูซีฟที่ป๊อปอัพสโตร์ในห้างอิเซตัน สาขาชินจูกุ กรุงโตเกียว ระหว่างวันที่ 20–26 พฤษภาคม วางขายทั่วญี่ปุ่นวันที่ 27 พฤษภาคม และเปิดให้สั่งซื้อทั่วโลกทางออนไลน์และในร้านค้าที่ร่วมรายการวันที่ 3 มิถุนายน
ราคาแนะนำสำหรับตลาดโลกมีดังนี้
Beoplay H100 — $2,400 (ราว 82,000 บาท) Beosound A1 — $475 (ราว 16,000 บาท) Beosound Shape — $7,100 (ราว 243,000 บาท) Beosystem 9000c — $69,650 (ราว 2.4 ล้านบาท) วางจำหน่ายเฉพาะญี่ปุ่น
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok