Avatar: Fire and Ash อวตาร: อัคนีและธุลีดิน ภาพยนตร์ภาคสามของมหากาพย์จักรวาลแพนดอร่าจากผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอน พร้อมให้รับชมบน Disney+ แล้ววันนี้ พร้อมเวอร์ชันพากย์ภาษาไทย หลังจากทำรายได้กว่า 1.48 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในโรงภาพยนตร์ และคว้ารางวัลออสการ์® สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม (Best Visual Effects)

ก่อนเดินทางมาถึง Disney+ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างปรากฏการณ์บนจอใหญ่ด้วยการครองอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศในสหรัฐอเมริกาติดต่อกันนานถึง 5 สัปดาห์ งานวิชวลเอฟเฟกต์ที่ส่งให้ภาพยนตร์คว้ารางวัลออสการ์® ครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำมาตรฐานการสร้างที่ยกระดับขึ้นจากสองภาคก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด
บทภาพยนตร์ร่วมสร้างสรรค์โดย เจมส์ คาเมรอน, ริก แจฟฟา, อแมนดา ซิลเวอร์, จอช ฟรีดแมน และ เชน ซาเลร์โน พร้อมด้วยนักแสดงชั้นนำอย่าง แซม เวิร์ธธิงตัน, โซอี ซัลดานา, ซิกอร์นีย์ วีเวอร์, สตีเฟน แลง และ เคต วินสเล็ต รวมกว่า 20 คน
เรื่องราวในภาคนี้ติดตาม เจค ซัลลี และ เนย์ทีรี พร้อมครอบครัว ท่ามกลางแนวปะการังของเผ่าเมตคายินา ก่อนออกเดินทางและพบกับเผ่าทลาลิม (Tlalim Clan) หรือ “นักค้าแห่งสายลม” ผู้ล่องเรือกลางท้องฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตและกลุ่มชนที่ไม่เคยปรากฏในจักรวาล Avatar มาก่อน
ความขัดแย้งหลักเกิดขึ้นเมื่อเผ่าแมงควาน (Mangkwan Clan) หรือ “ชาวเถ้าถ่าน” โจมตีกลุ่มของเจค ซัลลี พวกเขาตั้งข้อกล่าวโทษต่ออีวา (Eywa) ว่าเป็นต้นเหตุของภัยพิบัติจากการปะทุของภูเขาไฟที่ทำลายบ้านเกิด มิติความขัดแย้งด้านศรัทธานี้เป็นสิ่งที่ทั้งสองภาคก่อนไม่เคยสำรวจอย่างจริงจัง
นอกจากตัวภาพยนตร์ Avatar: Fire and Ash แล้ว ทาง Disney+ ยังจัดแพ็กเกจ Avatar Collection รวมทั้งสามภาคไว้ให้รับชมต่อเนื่อง พร้อมสารคดี “Fire And Water: Making The Avatar Films” ที่เปิดเบื้องหลังกระบวนการสร้างสรรค์โลกแพนดอร่าตั้งแต่ต้น ครอบคลุมทั้งเทคนิคพิเศษ การออกแบบโลก และการพัฒนาตัวละคร
สำหรับผู้ชมชาวไทย เวอร์ชันพากย์ภาษาไทยที่มาพร้อมกันช่วยให้เข้าถึงอารมณ์ของเรื่องราวได้เต็มที่ โดยไม่ต้องพึ่งคำบรรยาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประสบการณ์รับชมภาพยนตร์แอ็กชันสเกลใหญ่แบบนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
มหากาพย์ Avatar ยังคงขยายตัวต่อไปทั้งในแง่โลกแพนดอร่าและฐานแฟนทั่วโลก การเข้าสู่ Disney+ ครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ที่พลาดการรับชมในโรงภาพยนตร์ได้สัมผัสงานสร้างระดับออสการ์ ในรูปแบบสตรีมมิงที่เข้าถึงได้ทันที
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok