
ASUS ROG ฉลองครบรอบ 20 ปีอย่างยิ่งใหญ่ที่งาน Computex 2026 กรุงไทเป ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชัน Edition 20 ลิมิเต็ดอิดิชันที่ครอบคลุมทั้ง Ecosystem ตั้งแต่เมนบอร์ด การ์ดจอ พาวเวอร์ซัพพลาย ไปจนถึงเก้าอี้เกมมิงและกระเป๋าเดินทาง พร้อมนำเสนอประสบการณ์ ROG Lab แบบ interactive ที่ผสาน AI, ศิลปะดิจิทัล และนวัตกรรมเข้าด้วยกันในพื้นที่เดียว และในปีนี้ ROG G1000 Edition 20 คว้ารางวัล Golden Award จาก Computex Best Choice Awards 2026 ในหมวด Gaming & Immersive Tech
ROG ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 และตลอด 20 ปีที่ผ่านมา แบรนด์นี้ผลักดันเกณฑ์มาตรฐานของฮาร์ดแวร์เกมมิงอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เมนบอร์ดโอเวอร์คล็อกรุ่นแรก ไปจนถึงโน้ตบุ๊กเกมมิงที่บางที่สุดในโลก และเราท์เตอร์เกมมิงที่รองรับ WiFi 8 ที่รวดเร็วที่สุดในขณะนี้
คอลเลกชัน Edition 20 ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นมากกว่าสินค้ารุ่นพิเศษ แต่คือ “ของสะสม” ที่เกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์แบรนด์ ดีไซน์ภาษาของคอลเลกชันนี้ผสาน 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ROG Black สีหลักที่สื่อถึงความแกร่ง, ROG Red สีซิกเนเจอร์ที่อ้างอิงต้นกำเนิดแบรนด์, Crystal Lens พื้นผิวโปร่งใสที่เผยวิศวกรรมภายใน และ Radiant Gold รายละเอียดสีทองที่ฉลองก้าวสำคัญนี้โดยเฉพาะ
สิ่งที่ทำให้ Edition 20 แตกต่างจากสินค้าลิมิเต็ดทั่วไปคือ ไม่ใช่แค่ดีไซน์ที่เปลี่ยน แต่บางรายการอย่าง ROG G1000 Edition 20 มีหมายเลขซีเรียลที่แกะสลักจากโรงงานเฉพาะแต่ละเครื่อง ซึ่งหมายความว่าสองเครื่องไม่มีทางเหมือนกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ROG G1000 Edition 20 คือจุดสูงสุดของคอลเลกชันนี้ในแง่ระบบ ด้วยการบรรจุระบบพัดลมโฮโลแกรม (Holographic Fan System) เป็นครั้งแรกในพีซีสำเร็จรูปที่จำหน่ายเชิงพาณิชย์ ซึ่งนอกจากฟังก์ชันความเย็นแบบ Tri-Zone Cooling Architecture แล้ว ยังสร้างภาพ 3 มิติที่มองเห็นได้จากภายนอกเคส รองรับ GPU สูงสุดถึง NVIDIA GeForce RTX 5090 และทุกเครื่องที่ผลิตออกมาจะมี Glory Gold Signature Badge และหมายเลขซีเรียลที่แกะสลักเฉพาะ
ในทางปฏิบัติ G1000 Edition 20 ไม่ได้ถูกวางตำแหน่งเป็นพีซีสำหรับคนที่ต้องการ “ราคาต่อประสิทธิภาพสูงสุด” แต่คือพีซีสำหรับคนที่ต้องการ “สิ่งที่ดีที่สุดและหายากที่สุด” ซึ่ง ROG ระบุชัดว่าเป็น limited release สำหรับบางภูมิภาคเท่านั้น และไม่มีแผนวางขายทั่วโลก


ROG NUC 16 Edition 20 นำเสนอสมรรถนะระดับ flagship ในตัวเครื่องขนาด 3 ลิตร รองรับ GPU สูงสุด NVIDIA GeForce RTX 5090 Laptop GPU ด้วยระบบ QuietFlow Cooling ที่เน้นประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่เงียบ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมรรถนะสูงในพื้นที่จำกัด
ROG Xbox Ally X20 Bundle เป็นไฮไลต์ที่น่าสนใจในฐานะของสะสมสำหรับแฟนเกม ดีไซน์โปร่งใสขาว-ทอง บรรจุหน้าจอ ROG Nebula HDR OLED ขนาด 7.4 นิ้ว (ครั้งแรกของซีรีส์) ขับเคลื่อนด้วยชิป AMD Ryzen AI Z2 Extreme และมาพร้อมแว่น AR รุ่น ROG XREAL R1 Edition 20 เพื่อประสบการณ์หน้าจอใหญ่แบบพกพา

ROG Crosshair X870E Edition 20 ยกระดับเมนบอร์ดให้เป็น centerpiece ของระบบ ด้วยแผ่นระบายความร้อนทองแดงบริสุทธิ์แบบเต็มความกว้าง, สล็อต M.2 สูงสุดถึง 9 สล็อต และจอ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้วแบบหมุนได้ 2 จอที่ซิงก์ผ่านระบบ ASUS InfoHub มาพร้อมชุดน้ำ ROG Ryujin 360 Edition 20 ที่ใช้ปั้มจาก Asetek EMMA GEN10 V3RX

ROG Astral GeForce RTX 5090 Edition 20 ดึงพลังงานสูงสุดได้ถึง 800W ด้วยระบบ dual-power input ผ่าน GC-HPWR adapter และพาวเวอร์ซัพพลาย ระบายความร้อนด้วยพัดลม 4 ตัว, liquid metal และ vapor chamber รุ่น patented พร้อมจอ AMOLED โค้งที่แสดง 3D visual และข้อมูลระบบแบบ real-time บนตัวการ์ดจอ

ROG Thor 3000W Titanium III Edition 20 คือพาวเวอร์ซัพพลายที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ RTX 5090 ได้สูงสุด 4 ตัวพร้อมกัน ใช้ GaN MOSFETs ระดับ server-grade และรองรับแรงดันไฟทั้งระบบ 240V และมาตรฐาน 120V ด้วย dual-voltage adaptive architecture เดียวกัน ส่วน RAM คือ ROG Arcana DDR5 RGB 6000 48GB ที่ใช้ Hynix 1anm M-die ความหน่วง CL26 ที่ความเร็ว 6000MHz และมี ROG Mode พิเศษสำหรับโอเวอร์คล็อกถึง 8000MT/s

ROG Azoth Extreme Edition 20 คือแป้นพิมพ์แมคคานิคที่ตัวเครื่องกลึงจากอลูมิเนียม ใช้แผ่นรองคีย์จากคาร์บอนไฟเบอร์ ระบบ gasket-mount ปรับได้ และ OLED Touchscreen สี พร้อมชิ้นส่วนทองคำ 24K จริงบนตัวเครื่อง

ส่วน ROG Harpe II Extreme Edition 20 คือเมาส์ที่พัฒนาร่วมกับโปรเพลเยอร์ ใช้เซนเซอร์ ROG Aimpoint Pro 65K, Optical Micro Switches ทนทาน 100 ล้านคลิก, เทคโนโลยีไร้สาย SpeedNova 8K และแผ่นรองใต้เมาส์จากกระจก Corning Gorilla Glass พร้อมทองคำ 24K ชุบจริง
ROG Lab ที่ Computex 2026 ไม่ใช่บูธแสดงสินค้าแบบปกติ แต่ถูกออกแบบเป็น 6 Installation Zone ที่แต่ละโซนสำรวจมิติต่าง ๆ ของเทคโนโลยี ตั้งแต่ Future Gamer ที่ใช้ AI สร้าง ROG Avatar เฉพาะบุคคล, CodeVerse ที่แปลงการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นศิลปะดิจิทัลด้วย motion capture, Humanlink ที่โชว์งานวิจัย ergonomics ของ ROG ในการพัฒนาอุปกรณ์พกพา ไปจนถึง Mechano ที่นำเสนอ OMNI หุ่นยนต์ AI แบบใหม่ที่มีโครงสร้างข้อต่อหลายระดับ
Installation ที่น่าสนใจมากคือ Illumotion ซึ่งแปลงเสียงในเกม เช่น เสียงฝีเท้า เสียงปืน หรือเสียงสิ่งแวดล้อม ให้กลายเป็นแสง RGB ที่ตอบสนองตามทิศทาง ซึ่งในทางปฏิบัติคือระบบ “เห็นเสียง” ที่อาจมีประโยชน์จริงในการแข่งขัน e-Sports ระดับโปร
ควบคู่กับ Zone เหล่านี้ยังมีโซน Legacy Showcase ที่รวบรวมนวัตกรรมสำคัญของ ROG ตลอด 20 ปี รวมถึง ROG Crosshair 2006 เมนบอร์ดดีไซน์ย้อนยุค 2006 ที่ใช้เทคโนโลยี 2026 และมีจอ OLED ขนาด 2 นิ้วบน M.2 สล็อตหลักสำหรับแสดงข้อมูลระบบหรือภาพที่ผู้ใช้กำหนดเอง

ROG Zephyrus Duo (2026) คือโน้ตบุ๊กหน้าจอคู่ 16 นิ้ว 2 จอเครื่องแรกในโลก บนหน้าจอ 3K Nebula HDR OLED ทัชสกรีน ระบบบานพับ 320 องศา ขับเคลื่อนด้วย Intel Core Ultra 9 386H และ RTX 5090 Laptop GPU ซึ่งคว้า Best Choice Award ในหมวด Gaming & Immersive Tech ที่งานนี้ด้วย
ROG Strix SCAR 18 (2026) นำหน้าจอ Mini LED 18 นิ้ว 4K 240Hz มาสู่โน้ตบุ๊กเป็นครั้งแรกในโลก โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่เผยแพร่ก่อนเดือนเมษายน 2026 ไม่มีโน้ตบุ๊กเครื่องอื่นที่รวม 4 คุณสมบัตินี้ในจอเดียว ขับเคลื่อนด้วย Intel Core Ultra 9 290HX Plus และ RTX 5090 Laptop GPU รองรับพลังงานระบบสูงสุด 320W ส่วน ROG Rapture GT-BN98 Pro เราท์เตอร์ WiFi 8 รุ่นแรกของโลกก็ถูกนำเสนอในงานนี้ด้วย พร้อมฟีเจอร์ Adaptive QoE สำหรับจัดลำดับความสำคัญ traffic อัตโนมัติ
ในปี 2006 ที่ ROG ก่อตั้ง ตลาดพีซีเกมมิงยังเป็นเรื่องของ “นักเล่นเฉพาะกลุ่ม” แต่ปัจจุบัน e-Sports กลายเป็นอุตสาหกรรมหลายพันล้านดอลลาร์ และฮาร์ดแวร์เกมมิงถูกพูดถึงในกระแสหลักเทียบเท่าสมาร์ตโฟนเรือธง คอลเลกชัน Edition 20 จึงไม่ใช่แค่การฉลองครบรอบ แต่เป็นการยืนยันตำแหน่งของ ROG ในฐานะแบรนด์ที่นิยามว่า “gaming hardware ระดับสูงสุด” ควรมีหน้าตาอย่างไร
สำหรับคนไทยที่สนใจ Edition 20 ยังไม่มีข้อมูลราคาและวันวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการในขณะนี้ ROG ระบุว่าเป็น limited release สำหรับบางภูมิภาค ควรติดตามช่องทาง ASUS Thailand อย่างใกล้ชิดสำหรับการอัปเดตในอนาคต
ข้อมูลจาก: ASUS Pressroom
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






