
ASUS ประกาศอัปเดตฟีเจอร์สำคัญให้กับจอมอนิเตอร์ ProArt Display ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำหรับผู้ใช้ MacBook, Mac Mini และ Mac Studio ผ่านการอัปเดตเฟิร์มแวร์และซอฟต์แวร์ตัวใหม่ที่รองรับ macOS อย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นการทำงานที่ลื่นไหลและความแม่นยำของสีในระดับมืออาชีพ
ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจคือซอฟต์แวร์ ASUS DisplayWidget Center สำหรับ macOS ที่มาพร้อมอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ผู้ใช้ปรับแต่งการแสดงผลได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นความสว่าง คอนทราสต์ หรืออุณหภูมิสี โดยไม่ต้องกดปุ่มที่ตัวจอ
ที่สำคัญคือผู้ใช้สามารถควบคุมความสว่างของจอ ProArt ผ่านปุ่มลัดบน MacBook ได้โดยตรง ทำให้การปรับแต่งการแสดงผลเป็นไปอย่างราบรื่น เหมือนกับเป็นหน้าจอเดียวกับ MacBook
ASUS เพิ่มฟีเจอร์ M Model P3 Color ที่ออกแบบมาเพื่อซิงค์สีระหว่างจอ ProArt กับหน้าจอ MacBook ให้ตรงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าสีที่เห็นบนทั้งสองหน้าจอจะแสดงผลเหมือนกันทุกจุด
ฟีเจอร์นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานที่ต้องการความแม่นยำของสีสูง เช่น การแต่งภาพถ่าย การผลิตวิดีโอ และการออกแบบกราฟิก ที่ผู้สร้างสรรค์ต้องการความแม่นยำของสีตั้งแต่ต้นจนจบงาน
จอ ProArt ทุกรุ่นผ่านการสอบเทียบสีจากโรงงาน ตามมาตรฐาน Calman Verified มีค่า Delta E น้อยกว่า 1 ซึ่งหมายถึงความแม่นยำของสีที่แทบจะไม่สามารถมองเห็นความแตกต่างด้วยตาเปล่าได้ ครอบคลุมพื้นที่สี 99% DCI-P3 ที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์และการผลิตเนื้อหาดิจิทัล
ASUS ยังพัฒนาซอฟต์แวร์ ProArt Calibration ที่รองรับทั้งโหมด SDR และ HDR บน macOS ทำงานโดยบันทึกโปรไฟล์สีลงในชิป scaler ของจอโดยตรง ไม่ใช่บันทึกในคอมพิวเตอร์ ทำให้ค่าสีคงที่ไม่ว่าจะเชื่อมต่อกับเครื่องไหน
ซอฟต์แวร์สามารถสร้าง ICC Profile ได้ทั้งสำหรับจอ ProArt และจอ MacBook เพื่อให้มั่นใจว่าสีจะสม่ำเสมอกันทุกอุปกรณ์ รองรับการกำหนดเวลาสอบเทียบสีอัตโนมัติ และทำงานร่วมกับอุปกรณ์สอบเทียบสีชั้นนำ เช่น X-Rite, Calibrite, Datacolor และ Klein

จอ ProArt บางรุ่นรองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 240Hz พร้อม variable refresh rate ที่ซิงค์ได้อย่างสมบูรณ์แบบกับ Mac ที่มีเทคโนโลยี Apple ProMotion ทำให้ภาพลื่นไหลและตอบสนองได้เร็ว เหมาะสำหรับทั้งงานสร้างสรรค์และความบันเทิง
ทุกรุ่นผ่านการทดสอบความเข้ากันได้กับ MacBook Pro, Mac mini และ Mac Studio โดยห้องปฏิบัติการของบุคคลที่สามที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB-C/Thunderbolt 4 ช่วยให้ผู้ใช้ถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว รองรับ DisplayPort และชาร์จ MacBook หรืออุปกรณ์อื่นได้ถึง 96W ผ่านสายเส้นเดียว ช่วยลดความยุ่งเหยิงของสายเคเบิลบนโต๊ะทำงาน
จอ ProArt ยังทำหน้าที่เป็น USB Hub ได้ ทำให้อุปกรณ์ที่เสียบกับจอสามารถเข้าถึงอุปกรณ์อื่นได้ โดยไม่ต้องใช้ docking station เพิ่ม พร้อมระบบ Auto KVM ที่ให้สลับการควบคุมระหว่าง 2 เครื่อง MacBook หรือ PC ด้วยเมาส์และคีย์บอร์ดชุดเดียว
ขาตั้งของจอ ProArt ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ปรับองศาเอียง หมุน และความสูงได้อย่างง่ายดาย พร้อมระบบ quick-release ที่ช่วยให้ติดจอกับ VESA wall mount ได้โดยไม่ต้องใช้สกรู
เทคโนโลยี Flicker-Free และ Low Blue Light ที่ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland ช่วยลดแสงสีน้ำเงินที่เป็นอันตรายและการกระพริบของหน้าจอ ทำให้ใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ทำให้ตาล้า ผู้ใช้สามารถปรับระดับการกรองแสงสีน้ำเงินได้ตั้งแต่ 0-100% ผ่านเมนู OSD
ASUS ร่วมมือกับ Adobe มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ซื้อจอ ProArt ในบางภูมิภาค ได้รับฟรี Adobe Creative Cloud 3 เดือน ครอบคลุมแอปพลิเคชันยอดนิยม เช่น Lightroom, Photoshop, Premiere Pro และ Illustrator รวมถึง Photography Plan ที่มี cloud storage 1TB มูลค่ารวม 803.85 ดอลลาร์
ผู้ใช้สามารถใช้กับบัญชี Adobe ใหม่หรือที่มีอยู่แล้วได้ โดยแต่ละแผนนับระยะเวลาตั้งแต่เริ่มเปิดใช้งาน สามารถแลกรับได้ที่เว็บไซต์ลงทะเบียน ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2026
ข้อมูลจาก: ASUS
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






