
ASUS (เอซุส) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยี ได้เปิดตัว ASUS Ascent GX10 Personal AI Supercomputer อย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป สำหรับประเทศไทยมีกำหนดการจำหน่ายในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2568 การเปิดตัวครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งมอบนวัตกรรมที่ดีที่สุดในรูปแบบเดสก์ท็อป AI ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ขนาดกะทัดรัด แต่ทรงพลัง ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้การพัฒนา AI ขั้นสูงเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นสำหรับนักพัฒนา นักวิจัยด้าน AI และนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล
Ascent GX10 ได้รับการขับเคลื่อนด้วยขุมพลังหลักจาก NVIDIA® GB10 Grace Blackwell Superchip และมาพร้อมชุดซอฟต์แวร์ NVIDIA AI software stack ที่ล้ำสมัย โดยมอบประสิทธิภาพ AI แบบครบวงจรในขนาดที่เล็กที่สุด ผลิตภัณฑ์นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ASUS ในการพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อดูแลและสนับสนุนลูกค้าในทุกขั้นตอนของการทำงานด้าน AI ภายใต้ระบบนิเวศของ NVIDIA ตามคำกล่าวของ Jackie Hsu รองประธานอาวุโสและผู้ร่วมบริหารฝ่าย Open Platform Business Group & AIoT Business Group ของ ASUS
หัวใจหลักของ ASUS Ascent GX10 คือ NVIDIA GB10 Superchip ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานพัฒนา AI โดยเฉพาะ ชิปนี้เป็นการรวมเอา NVIDIA Grace CPU แบบ 20 Core เข้ากับ NVIDIA Blackwell GPU ไว้ในชิปเดียวอย่างชาญฉลาด
การผสานรวมนี้ทำให้ Ascent GX10 สามารถมอบประสิทธิภาพการประมวลผล AI ได้สูงสุดถึง 1 petaflop สำหรับงาน inference (การอนุมานโมเดล) และการปรับแต่งโมเดล (fine-tuning) นอกจากพลังประมวลผลแล้ว ตัวเครื่องยังรองรับหน่วยความจำแบบ unified memory ขนาด 128GB ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้นักพัฒนาสามารถทำงานกับโมเดลที่มีพารามิเตอร์สูงสุดถึง 200 พันล้าน พารามิเตอร์ ได้โดยตรงบนเดสก์ท็อป นับเป็นก้าวสำคัญในการนำพลังประมวลผลระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์มาสู่พื้นที่ทำงานส่วนตัวด้วยขนาดตัวเครื่องที่กะทัดรัดเพียง 150 x 150 x 51 มม.

Ascent GX10 ไม่ได้เป็นเพียง Personal AI Supercomputer ที่ทรงพลังเท่านั้น แต่ยังเป็นโซลูชัน AI แบบครบวงจรที่มาพร้อมความยืดหยุ่นสูง ด้วยการใช้ชุดซอฟต์แวร์ NVIDIA AI software stack ที่ครอบคลุม นักพัฒนาจะมีเครื่องมือที่จำเป็นทั้งหมด ตั้งแต่การสร้างต้นแบบไปจนถึงงาน inference สำหรับการพัฒนาในสาขาเฉพาะทาง เช่น หุ่นยนต์ (robotics), คอมพิวเตอร์วิทัศน์ (computer vision) และโมเดลภาษาภาพ (Vision-Language Models หรือ VLMs)
ความพิเศษด้านสถาปัตยกรรมยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถขยายขีดความสามารถได้อีกด้วย ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อ Ascent GX10 สองเครื่องเข้าด้วยกันผ่านอินเทอร์เฟซเครือข่ายความเร็วสูง NVIDIA ConnectX-7 ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพ AI เป็น 2 petaflops พร้อม unified memory สูงสุดถึง 256GB และพื้นที่จัดเก็บ 8TB คุณสมบัตินี้ทำให้ Ascent GX10 สามารถฝึก AI ในระดับโลคัลได้อย่างทรงพลัง พร้อมระบบความปลอดภัยระดับองค์กร (enterprise-level security) ที่ช่วยให้ข้อมูลสำคัญอยู่ภายในเครื่อง
แม้ว่าพลังประมวลผลจะสูง แต่ ASUS ได้ออกแบบ Ascent GX10 อย่างพิถีพิถันเพื่อจัดการกับความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบระบายความร้อนถูกปรับแต่งมาโดยเฉพาะ เพื่อรองรับภาระงานหนักได้อย่างต่อเนื่องและคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพระดับสูงในระยะยาว
ความสามารถด้านความเย็นนี้เหนือกว่าถึง 1.6 เท่า เมื่อเทียบกับขนาดที่เล็กกะทัดรัดของตัวเครื่อง ระบบระบายความร้อนขั้นสูงประกอบด้วยการควบคุมพัดลมถึง 7 ระดับ แผงระบายความร้อนที่ประกอบไปด้วยท่อความร้อน (heat pipe) จำนวน 5 เส้น และพัดลมแบบ Dual ขนาด 140 x 80 มม. ที่ทำงานอย่างเงียบและมีประสิทธิภาพ โดยดึงอากาศผ่านช่องลมด้านล่างเพื่อรักษาความเย็นและความเสถียรของเครื่องในทุกสภาวะการทำงาน
Ascent GX10 มีตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ยืดหยุ่น เพื่อให้นักพัฒนา AI เลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการ โดยมีตัวเลือก M.2 NVMe SSD ดังนี้:
สำหรับกำหนดการจำหน่าย ASUS Ascent GX10 personal AI supercomputer จะเริ่มจำหน่ายทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 และมีแผนจะจำหน่ายในประเทศไทยในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2568
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok





