
Apple Music เปิดตัว Brand Identity รูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด “made by sound” ให้ดนตรีเป็นจุดเริ่มต้นของทั้งรูปลักษณ์ การเคลื่อนไหว และเสียงของแบรนด์ โดยนำความถี่เสียงมาสร้างแรงสั่นสะเทือนในของเหลว แล้วถ่ายทำคลื่นและการหักเหของแสงที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปพัฒนาเป็นภาพเอกลักษณ์ชุดใหม่
การเปลี่ยนครั้งนี้ครอบคลุมโลโก้ตัวอักษร ไอคอนตัวโน้ต และเสียงสัญลักษณ์ หรือ Mnemonic พร้อมความร่วมมือกับโปรดิวเซอร์ Fred again.. และ NEST Acoustics ในกระบวนการสร้างเสียง ซึ่งถูกนำมาใช้สร้างภาพของแบรนด์ต่ออีกทอดหนึ่ง

เบื้องหลังกระบวนการนี้คือทรานสดิวเซอร์ อุปกรณ์ที่แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นแรงสั่นสะเทือนทางกายภาพ ทีมงานติดตั้งอุปกรณ์ไว้ในอ่างน้ำมันตื้น ๆ แล้วเล่นดนตรีผ่านระบบ เพื่อให้ของเหลวเคลื่อนไหวไปตามความถี่ของตัวโน้ต
เมื่อผิวของเหลวเกิดคลื่นและระลอก การหักเหของแสงก็เปลี่ยนไปด้วย ทีมงานบันทึกภาพเหล่านี้ด้วยกล้อง แล้วนำมาใช้สร้างสรรค์โลโก้ในขั้นตอนสุดท้าย รูปร่างที่เห็นจึงมีต้นทางจากการเคลื่อนไหวที่เสียงดนตรีสร้างขึ้นจริง
Fred again.. และ NEST Acoustics ร่วมแยกองค์ประกอบของตัวโน้ตแต่ละตัว เพื่อสร้างเสียงสัญลักษณ์ในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนนำเสียงนั้นมาสร้างเป็นภาพวิชวล กระบวนการเปลี่ยนองค์ประกอบทางดนตรีให้กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ใช้เวลาหลายเดือน ทั้งการทดลอง ความร่วมมือ และการเก็บรายละเอียด

โลโก้ตัวอักษรหรือ wordmark นำสัญลักษณ์ Apple ที่คุ้นเคยมาจับคู่กับ SF Pro ฟอนต์เฉพาะของ Apple โดยใช้ตัวอักษรพิมพ์เล็กที่หนาและคมชัด เพิ่มบุคลิกที่มีชีวิตชีวาให้กับชื่อ Apple Music
แนวทางนี้ต่อยอดจากภาษาการออกแบบที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ Apple แล้วปรับให้ Apple Music แสดงบุคลิกของตัวเองได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ไอคอนตัวโน้ตแบบใหม่ก็ได้รูปทรงจากการเคลื่อนไหวและการหักเหของแสงที่บันทึกไว้ในกล้อง

คลื่นและแรงสั่นสะเทือนยังถูกนำมาผสานกับคุณสมบัติทางแสงของกระจก เชื่อมแนวคิดนี้เข้ากับดีไซน์ Liquid Glass ของ Apple ผ่านมุมมองที่เริ่มต้นจากดนตรี ภาษาภาพที่ได้จึงถูกนำไปใช้ต่อในส่วนอื่น ๆ ของอัตลักษณ์แบรนด์ด้วย
Apple Music เตรียมนำดีไซน์ใหม่ไปใช้ผ่านออริจินัลคอนเทนต์และอีเวนต์ต่าง ๆ ทั่วโลก หลังจากเคยเผยทีเซอร์โลโก้ตัวอักษรนี้ในช่วงเปิดตัว Apple Music Hall สถานที่จัดแสดงดนตรีสดแห่งใหม่ในลอนดอน
ขอบเขตของอัตลักษณ์ชุดใหม่นี้ครอบคลุมการตลาด ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ของ Apple Music โดยวางดนตรีและศิลปินไว้เป็นแกนของสิ่งที่ผู้คนมองเห็นและได้ยินจากแบรนด์ ตั้งแต่โลโก้และการเคลื่อนไหว ไปจนถึงเสียงสัญลักษณ์
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok