
Apple เพิ่มสต็อกสินค้าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรับมือความตึงตัวของ ชิปหน่วยความจำ ที่อาจรุนแรงขึ้นในไตรมาสถัดไป ประเด็นนี้สำคัญต่อผู้ใช้เพราะชิปหน่วยความจำเป็นส่วนประกอบหลักของทั้ง iPhone, Mac และ iPad และความขาดแคลนอาจส่งผลต่อการวางแผนสินค้า ราคา หรือระยะเวลาวางจำหน่ายในอนาคต
ตัวเลขสินค้าคงคลังของ Apple อยู่ที่ 11.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน การเพิ่มสต็อกช่วยให้บริษัทมีชิ้นส่วนพร้อมใช้มากขึ้นในช่วงที่ผู้ผลิตอุปกรณ์จำนวนมากต้องแข่งขันกันซื้อหน่วยความจำ
แรงกดดันรอบนี้เชื่อมโยงกับความต้องการฮาร์ดแวร์สำหรับระบบ AI ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งดันต้นทุนและความต้องการชิปหน่วยความจำในตลาดให้สูงขึ้น Apple จึงต้องบริหารทั้งต้นทุนและปริมาณชิ้นส่วนให้พอสำหรับผลิตภัณฑ์หลายกลุ่มพร้อมกัน
หน่วยความจำทำหน้าที่เก็บข้อมูลที่อุปกรณ์ต้องเรียกใช้ระหว่างทำงาน ส่วนชิปหน่วยความจำระดับสูงที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ของ Apple มีข้อกำหนดด้านเทคโนโลยีและกำลังการผลิตเฉพาะ จึงหาแหล่งทดแทนได้ไม่ง่ายเมื่ออุปทานตึงตัว
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ไม่ได้หมายความว่า iPhone หรือ Mac จะขาดตลาดทันที แต่เป็นสัญญาณว่า Apple กำลังเตรียมรับความเสี่ยงล่วงหน้า ทั้งเรื่องการจัดสรรชิ้นส่วนและต้นทุนของอุปกรณ์รุ่นถัดไป
Apple ระบุว่าข้อจำกัดด้านอุปทานอาจเพิ่มขึ้นตามลำดับในช่วงถัดไป และคาดการณ์การเติบโตของรายได้ในระดับ 9–11% ซึ่งต่ำกว่าระดับราว 16% ที่บริษัทเคยรักษาไว้ในไตรมาสก่อนหน้า จึงยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลต่อราคาขายปลีก แต่ทิศทางนี้ทำให้ตลาดต้องจับตาว่า Apple จะรับต้นทุนเพิ่มขึ้นด้วยวิธีใด
ในอีกด้านหนึ่ง การตุนสต็อกสะท้อนว่าแม้บริษัทขนาดใหญ่จะมีอำนาจต่อรองสูง ก็ยังต้องวางแผนรับความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน เมื่อชิปสำหรับ AI และอุปกรณ์ผู้บริโภคต้องใช้ทรัพยากรร่วมกันมากขึ้น
ที่มา : TechCrunch
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok