
Apple เปิดตัว MacBook Pro รุ่น 14 และ 16 นิ้วใหม่ พร้อมจอ PROLED XDR แบบ OLED สองชั้น และนำระบบสัมผัสมาสู่ Mac เป็นครั้งแรก ผู้ใช้จึงแตะ เลื่อน ซูม หรือจัดการงานบนจอได้โดยตรง ควบคู่กับคีย์บอร์ดและแทร็คแพดที่คุ้นเคย รุ่นใหม่นี้ใช้ชิป M5 Pro และ M5 Max ราคาไทยเริ่ม 104,900 บาท และจะวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ครอบคลุมทั้งงานภาพที่ต้องการความแม่นยำของสี การโต้ตอบกับโมเดล 3D และการทำงานระหว่างเดินทาง จอเพิ่มพื้นที่สี Adobe RGB มี Dynamic Island สำหรับดูข้อมูลและควบคุมงานสำคัญ ขณะที่ตัวเครื่องเบาลงและยังระบุระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 24 ชั่วโมง

PROLED XDR ใช้แผง OLED สองชั้นร่วมกับระบบประมวลผลการแสดงผลและการสอบเทียบจากโรงงาน Apple อธิบายว่าการออกแบบแต่ละชั้นช่วยให้ความสว่างและระดับสีเทาสม่ำเสมอทั่วจอ พร้อมลดการสะท้อนภายในที่พบในจอ OLED แบบดั้งเดิม
ความสว่างสูงสุดอยู่ที่ 2,000 นิตสำหรับทั้งคอนเทนต์ HDR และ SDR พร้อมอัตราส่วนคอนทราสต์ 10,000,000:1 ส่วน ProMotion ปรับอัตรารีเฟรชได้ตั้งแต่ 10Hz เพื่อประหยัดพลังงาน ไปจนถึง 120Hz เมื่อต้องแสดงภาพเคลื่อนไหว โดยระบบประมวลผลจอควบคุมสีและความสว่างของแต่ละพิกเซลในระดับต่ำกว่ามิลลิวินาที
ระบบยังชดเชยตามเนื้อหา การใช้งานของพิกเซล อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อม พร้อมติดตามการใช้งานของแต่ละพิกเซลเมื่อเวลาผ่านไป เพื่อรักษาความสม่ำเสมอของภาพ สำหรับงานที่ต้องสลับระหว่างภาพนิ่ง งานออกแบบ และ HDR จอรองรับทั้ง P3 และ Adobe RGB ภายในการตั้งค่าเริ่มต้นรายการเดียว รวมถึงแสดงช่วงสีเขียวและไซแอนได้กว้างขึ้น
การเคลือบลดแสงสะท้อนทำงานร่วมกับความสว่างสูงของ SDR เพื่อช่วยให้อ่านจอในบริเวณที่มีแสงจ้าได้สะดวกขึ้น และมี Nano-texture เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมสำหรับลดแสงสะท้อนและแสงจ้าบนกระจกครอบจอ
งานที่ต้องกำหนดค่าเป้าหมายจอเองใช้ Apple Pro Display Calibrator ได้ พร้อมโหมดอ้างอิงสำหรับภาพยนตร์ ภาพถ่าย งานพิมพ์ และงานออกแบบ ผ่านฟังก์ชันจับคู่สีของ Apple ปี 2026 โดย Apple ระบุถึงการแสดงภาพที่สอดคล้องกันเมื่อทำงานร่วมกับ iPhone 18 Pro หรือ Studio Display XDR
MacBook Pro รุ่นนี้ยังรองรับ genlock เพื่อซิงก์อัตรารีเฟรชจอกับจังหวะบันทึกภาพของกล้อง ช่วยลดภาพซ้อน ภาพฉีกขาด และความผิดปกติขณะถ่ายทำ เหมาะกับเวิร์กโฟลว์ในกองถ่ายและการผลิตเสมือนจริง โดยฟีเจอร์งานโปรที่เกี่ยวข้องต้องใช้ร่วมกับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ภายนอกที่เข้ากันได้

ระบบสัมผัสถูกสร้างรวมอยู่ในแผงจอโดยตรงเพื่อช่วยลดความหน่วง ผู้ใช้ปัดเลื่อนหน้าเว็บ ถ่างนิ้วซูมภาพ ลากสไลด์ระหว่างงานนำเสนอ หรือแตะสองครั้งที่หน้าต่างให้เต็มจอได้ รวมถึงใช้คำสั่งนิ้วจัดหน้าต่างเข้าที่ วิธีเหล่านี้ทำงานร่วมกับแป้นพิมพ์ลัดและคำสั่งนิ้วบนแทร็คแพดเดิม
สำหรับงานสร้างสรรค์ จอสัมผัสเพิ่มพื้นที่ให้วาดและจัดการงานออกแบบ โต้ตอบกับโมเดล 3D หรือเล่นเครื่องดนตรีซอฟต์แวร์บนจอได้โดยตรง นักพัฒนายังทดสอบการทำงานแบบสัมผัสของแอป iOS และ iPadOS บนจอ MacBook Pro ได้ บานพับถูกออกแบบให้มั่นคงขึ้น และมีการปรับภาพจากกล้องให้นิ่งแบบเรียลไทม์เมื่อแตะจอระหว่างวิดีโอคอล
แอปของ Apple ได้รับการปรับให้เหมาะกับเครื่องใหม่ ส่วนแอปเดิมจำนวนมากรับการสัมผัสผ่านการแปลงเป็นการคลิกของ macOS ได้ทันที นักพัฒนาสามารถใช้ API คำสั่งนิ้วของระบบที่อัปเดตเพื่อออกแบบประสบการณ์สำหรับสัมผัสเพิ่มเติม
Apple ระบุรายชื่อแอปภายนอกที่จะใช้ประโยชน์จากระบบสัมผัส และมีกำหนดพร้อมใช้งานช่วงปลายปี 2569 โดยแบ่งเป็นกลุ่มงานได้ดังนี้
อีกส่วนที่เพิ่มมาคือ Dynamic Island บน Mac สำหรับรับสายโทรศัพท์และควบคุมเพลงในจุดเดียว พร้อมกิจกรรมสดที่แสดงข้อมูลอัปเดต ผู้ใช้แตะเพื่อรับคำขอ AirDrop หรือหยุดเพลงได้โดยตรงจากจอ

MacBook Pro พร้อม PROLED XDR ใช้ชิป M5 Pro และ M5 Max รองรับหน่วยความจำรวมสูงสุด 128GB และเลือกพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้สูงสุด 16TB สำหรับโปรเจกต์ที่ต้องใช้หน่วยความจำและพื้นที่ทำงานมาก ตัวเลขเหล่านี้เป็นขีดความสามารถสูงสุดของไลน์อัป ไม่ใช่ความจุเริ่มต้นของทุกรุ่น
M5 Pro รองรับเวิร์กโฟลว์ของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และครีเอเตอร์ ตั้งแต่คอมไพล์โค้ด รันงาน AI และจัดลำดับ DNA ไปจนถึงตัดต่อวิดีโอ 8K ProRes หลายสตรีมพร้อมกัน
M5 Max มุ่งไปที่งาน VFX, แอนิเมชัน 3D, การพัฒนา AI, ดนตรีประกอบภาพยนตร์ และโพสต์โปรดักชัน 8K โดย Apple ระบุว่าสามารถรัน LLM ที่มีพารามิเตอร์หลายแสนล้านตัวบนอุปกรณ์ได้ทั้งหมด เปิดทางให้จัดการโมเดลและงานประมวลผลในเครื่องสำหรับเวิร์กโฟลว์ที่รองรับ
ชิปทั้งสองมี Neural Accelerator ในแต่ละคอร์ GPU สำหรับเร่งงาน AI เช่น โค้ดดิ้งเอเจนต์ที่ใช้ LLM ในเครื่อง พร้อมแชเดอร์คอร์ที่ปรับปรุง เอนจิ้นเรย์เทรซิงรุ่นที่สาม และ Dynamic Caching ที่จัดสรรหน่วยความจำบนชิปให้เหมาะกับงาน ตัวอย่างงานกราฟิกที่ Apple ระบุรวมถึงการเรนเดอร์ Cinema 4D ด้วย Redshift รวมถึง Blender, Unreal Engine และเกมระดับ AAA

รุ่น 14 นิ้วหนัก 1.38 กก. ลดลง 0.23 กก. จากรุ่นก่อน และบางลงครึ่งมิลลิเมตร ส่วนรุ่น 16 นิ้วหนัก 1.82 กก. ลดลง 0.32 กก. และบางลงเกือบหนึ่งมิลลิเมตร น้ำหนักจริงอาจต่างกันตามการปรับแต่งและกระบวนการผลิต
ขอบจอที่บางลงทำให้รุ่น 16 นิ้วมีขนาดจอ 16.3 นิ้ว ขณะที่รุ่น 14 นิ้วใช้จอ 14.2 นิ้ว ตัวเลขนี้วัดแนวทแยงเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากมาตรฐาน พื้นที่แสดงผลจริงน้อยกว่าเนื่องจากมุมมน ส่วนระบบระบายความร้อนใหม่เบี่ยงลมร้อนออกห่างจากจอ โดย Apple ระบุว่ายังคงประสิทธิภาพต่อเนื่องระดับเดิมได้ในตัวเครื่องที่เบาลง
แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง และรองรับชาร์จเร็วได้สูงสุด 50% ใน 30 นาที ตัวเลขอ้างอิงการทดสอบของ Apple ในเดือนกันยายน 2026 โดยระยะเวลาใช้งานขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้และการปรับแต่งอุปกรณ์
พอร์ตหลักประกอบด้วย Thunderbolt 5 สามพอร์ต, HDMI, ช่องใส่การ์ด SDXC, MagSafe และช่องเสียบหูฟัง นอกเหนือจากจอในตัว รุ่นชิป M5 Pro รองรับจอภายนอกได้สูงสุด 3 จอ ส่วน M5 Max รองรับได้สูงสุด 4 จอ พร้อม Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Touch ID สำหรับเข้าสู่ระบบ
ระบบเสียงใช้ลำโพง 6 ตัว พร้อมวูฟเฟอร์และทวีตเตอร์ใหม่ Apple ระบุว่าเสียงเบสลึกขึ้น 50% จากรุ่นก่อน ขณะที่ทวีตเตอร์ปรับทิศทางการกระจายเสียงเพื่อเพิ่มความชัดเจน รองรับระบบเสียงเชิงมิติด้วย Dolby Atmos และเป็นครั้งแรกที่มีการปรับแต่งเสียงสำหรับการใช้งานขณะปิดฝาต่อจอภายนอกโดยเฉพาะ
กล้อง Center Stage ความละเอียด 12MP และไมโครโฟนคุณภาพระดับสตูดิโอรองรับทั้งการประชุม การบันทึกเสียง และคำสั่งเสียง จึงมีเครื่องมือภาพและเสียงให้ใช้ได้ทั้งบนโต๊ะที่ต่ออุปกรณ์เพิ่มและเวลาพกเครื่องไปทำงาน
macOS 27 Golden Gate ปรับความเร็วการส่งไฟล์ผ่าน AirDrop การเรียกดูไฟล์บนเครือข่าย และการโหลดเนื้อหาในหน้าเริ่มต้น Safari พร้อมระบบค้นหาที่สร้างขึ้นใหม่สำหรับ Spotlight, รูปภาพ และเมล โดยมีดัชนีเนื้อหาที่ครอบคลุมและอัปเดตระหว่างวัน
Liquid Glass ปรับให้อ่านง่ายขึ้น พร้อมแถบเครื่องมือรูปแบบเดียวกัน แถบด้านข้างเต็มความกว้างจรดขอบ และไอคอนแอปที่มีรายละเอียดมากขึ้น นอกจากนี้ยังปรับปรุงแผนที่ โน้ต และพ็อดคาสท์
Apple Creator Studio ปรับวิธีทำงานให้ใช้สัมผัสควบคู่กับคีย์บอร์ดและแทร็คแพด โดยมีตัวอย่างการใช้งานในสามแอปหลักดังนี้
อัปเดต Apple Creator Studio จะพร้อมใช้งานบน App Store ในเดือนพฤศจิกายน 2569 และไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับสมาชิกปัจจุบัน ส่วนกำหนดของแอปภายนอกที่ Apple ระบุว่าจะรองรับสัมผัสอยู่ในช่วงปลายปีตามรายชื่อข้างต้น
MacBook Pro รุ่นนี้ใช้วัสดุรีไซเคิลรวม 55% เมื่อเทียบกับมวลผลิตภัณฑ์ ไม่รวมบรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์เสริมในกล่อง โดยมีอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% ในตัวเครื่อง โคบอลต์รีไซเคิล 100% ในแบตเตอรี่ และแทนทาลัมรีไซเคิล 100% ในตัวเก็บประจุหลายตัว ซึ่ง Apple ระบุว่าเป็นครั้งแรกของบริษัท
การผลิตใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 45% ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เช่น ลมและแสงอาทิตย์ พร้อมออกแบบให้ทนทานและซ่อมแซมได้ ตามมาตรฐานด้านการใช้พลังงานและสารเคมีของบริษัท ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนตลอดธุรกิจภายในปี 2030
บรรจุภัณฑ์กระดาษทำจากเยื่อไม้ 100% และออกแบบเพื่อนำไปรีไซเคิลได้ โดยข้อมูลแจกแจงบรรจุภัณฑ์อ้างอิงน้ำหนักสำหรับการจำหน่ายปลีกในสหรัฐฯ และไม่นับกาว หมึก และสารเคลือบในการคำนวณปริมาณพลาสติกและน้ำหนักบรรจุภัณฑ์

Apple ระบุว่าจะเปิดให้สั่งซื้อผ่าน apple.com/th/store และแอป Apple Store ใน 30 ประเทศและภูมิภาค รวมประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ โดยยังไม่ระบุวันเริ่มขายที่แน่นอน ราคาเริ่มต้นแยกตามขนาดและชิปมีดังนี้
ราคาการศึกษามีสำหรับนักศึกษาที่กำลังเรียนหรือได้รับการตอบรับเข้าใหม่ และบุคลากรทางการศึกษา ผู้ซื้อยังใช้ Apple Trade In นำคอมพิวเตอร์ปัจจุบันมาแลกเครดิตซื้อเครื่องใหม่ได้ โดยมูลค่าขึ้นอยู่กับอุปกรณ์
ผู้ที่ซื้อโดยตรงจาก Apple ใช้บริการ Personal Setup แบบออนไลน์ตัวต่อตัวได้ และเรียนรู้เพิ่มเติมผ่าน Today at Apple ส่วน AppleCare+ เป็นตัวเลือกคุ้มครอง Mac ที่มีบริการเกี่ยวกับความเสียหายจากอุบัติเหตุ การเปลี่ยนแบตเตอรี่ และการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญตามแผน
Apple Creator Studio สำหรับสมาชิกใหม่ราคา 229 บาทต่อเดือน หรือ 2,290 บาทต่อปี พร้อมทดลองฟรี 1 เดือน แผนการศึกษาราคา 99 บาทต่อเดือน หรือ 990 บาทต่อปี เฉพาะสมาชิกใหม่ที่เป็นนักศึกษาหรือบุคลากรทางการศึกษาและยืนยันสิทธิ์แล้ว แผนการศึกษาใช้กับกลุ่ม Family Sharing ไม่ได้ และต่ออายุอัตโนมัติตามรอบที่เลือกจนกว่าจะยกเลิก
การซื้อ Mac ใหม่หรือ iPad ที่เข้าเงื่อนไขจาก Apple หรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต มีสิทธิ์ทดลอง Creator Studio ฟรี 3 เดือนสำหรับสมาชิกใหม่หรือสมาชิกที่กลับมาใช้บริการและเข้าเกณฑ์ โดยมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้
MacBook Pro พร้อม PROLED XDR เพิ่มทั้งจอที่รองรับงานสีและการสั่งงานแบบสัมผัส ในตัวเครื่องที่เบาลง โดยมี M5 Pro/M5 Max และสองขนาดจอให้เลือกตามงานและงบ ราคาไทยเริ่ม 104,900 บาท พร้อมกำหนดวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ ดูข้อมูลจำเพาะและตัวเลือกปรับแต่งได้ที่ Apple MacBook Pro
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok