
Apple ปิด ยอดขาย ไตรมาสแรก ปี 2026 ด้วยตัวเลขที่น่าทึ่ง โดยครองส่วนแบ่งรายได้ตลาดสมาร์ตโฟนโลก 48% สูงสุดที่เคยทำได้ในช่วงไตรมาสแรก พร้อมกับราคาขายเฉลี่ยต่อเครื่องที่แตะสถิติใหม่เช่นกัน ตามรายงานเบื้องต้นของ Counterpoint Research ที่เผยแพร่ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้
ความต้องการที่เหนียวแน่นของ iPhone 17 รุ่นพื้นฐานและ iPhone 17 Pro Max คือปัจจัยที่ Counterpoint ชี้ว่าเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของผลประกอบการในไตรมาสนี้ สัดส่วนการขายที่โน้มเอียงไปทางรุ่นราคาสูงส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยต่อเครื่อง (ASP) ของ Apple ใน Q1 แตะ $908 เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดในประวัติการณ์สำหรับช่วงเวลานี้ของปี
สิ่งที่ทำให้ตัวเลขนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น คือ Apple ทำได้โดยแทบไม่ต้องปรับราคา iPhone ขึ้นแต่อย่างใด ต่างจากคู่แข่งหลายรายรวมถึง Samsung ที่เลือกขึ้นราคาเพื่อรองรับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นจากวิกฤตชิปหน่วยความจำ ความสามารถในการดูดซับแรงกดดันด้านต้นทุนได้เองของ Apple จึงกลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงแข่งขันที่ชัดเจนในไตรมาสนี้

ภาพรวมตลาดสมาร์ตโฟนโลกใน Q1 2026 ราคาขายเฉลี่ยรวมทุกแบรนด์อยู่ที่ $399 เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน ซึ่ง Counterpoint ระบุว่าเป็นผลโดยตรงจากวิกฤตการขาดแคลนชิปหน่วยความจำที่บีบต้นทุนการผลิตของผู้ผลิตสมาร์ตโฟนเกือบทุกราย
แม้ราคาตลาดโดยรวมจะปรับสูงขึ้น แต่ Apple กลับอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบ เพราะสามารถรักษาระดับราคา iPhone ไว้ได้ ขณะที่คู่แข่งต้องเผชิญแรงกดดันในการตัดสินใจระหว่างการขึ้นราคาหรือยอมรับมาร์จินที่บางลง ตามที่ Jeff Fieldhack ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Counterpoint อธิบายไว้ในรายงาน

ส่วนแบ่งรายได้ของ Apple ที่ 48% ใน Q1 2026 พุ่งขึ้นจาก 43% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้บริษัทเป็นแบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตด้านรายได้เร็วที่สุดในกลุ่มแบรนด์ชั้นนำ Samsung ตามมาเป็นอันดับสองที่ 18% ห่างกันถึง 30 เปอร์เซ็นต์พอยต์ ขณะที่ OPPO (รวม OnePlus และ realme) อยู่ที่ 6%, Xiaomi 5% และ vivo 4%
ในด้านยอดส่งมอบ Apple และ Samsung เสมอกันที่ 21% ตามด้วย Xiaomi 12%, OPPO 10% และ vivo 7% ความต่างระหว่างส่วนแบ่งยอดส่งมอบที่เสมอกันกับส่วนแบ่งรายได้ที่ห่างกันไกล สะท้อนให้เห็นชัดว่า Apple ทำรายได้ต่อเครื่องสูงกว่าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ
Counterpoint ระบุว่า Apple ได้รับแรงหนุนในเชิงภูมิศาสตร์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค ซึ่งโปรแกรมอุดหนุนจากผู้ให้บริการ โปรโมชันพิเศษ และข้อเสนอรับแลกเครื่องเก่า ล้วนช่วยกระตุ้นดีมานด์ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงให้ยังคงแข็งแกร่ง
มองไปข้างหน้า บริษัทวิจัยคาดว่ายอดส่งมอบสมาร์ตโฟนโดยรวมมีแนวโน้มลดลงตลอดปี 2026 ทว่าราคาขายเฉลี่ยทั้งอุตสาหกรรมน่าจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง อันเป็นผลพ่วงจากวิกฤตชิปหน่วยความจำที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งในสภาพแวดล้อมแบบนี้ Apple ยังคงอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบมากกว่าคู่แข่งรายใดในตลาด
ข้อมูลจาก: 9to5Mac
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok