
Apple และ Intel บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นให้ Intel รับผลิตชิปจากดีไซน์ของ Apple เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่บริษัทหันมาออกแบบชิปเองภายใต้สถาปัตยกรรม Arm การเจรจากินเวลากว่าหนึ่งปีก่อนจะได้ข้อสรุปเบื้องต้น โดย Intel จะเริ่มจากชิประดับล่างในกลุ่ม M-series ที่ใช้ใน iPad และ Mac บางรุ่น
ปัญหาของ Apple เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกระแส AI Boom ที่เข้ามาแย่งกำลังการผลิตของ TSMC ไปมากขึ้นทุกไตรมาส บริษัทอย่าง Nvidia ต้องการชิปในปริมาณมหาศาลสำหรับ AI Server ทำให้ TSMC มีพื้นที่การผลิตสำหรับอุปกรณ์ผู้บริโภคลดลงอย่างเห็นได้ชัด และอำนาจต่อรองของ Apple ก็พลอยลดลงตามไปด้วย
ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดปรากฏในช่วงไตรมาสล่าสุด เมื่อ CEO Tim Cook ยืนยันบนเวทีนักลงทุนว่า iPhone 17 ถูกจำกัดยอดขายเพราะ TSMC ไม่สามารถผลิตชิป A19 และ A19 Pro ได้เพียงพอต่อความต้องการ นี่คือสัญญาณอันตรายที่บอกว่าการพึ่งพาผู้ผลิตรายเดียวมีราคาที่ต้องจ่ายจริง
Intel ไม่ใช่ตัวเลือกที่ Apple ที่หวังจะแค่เอามาแก้ขัด แต่เป็นเพราะในช่วงปีที่ผ่านมา Intel เคยล้าหลังคู่แข่งอย่าง TSMC และ Samsung ในแง่ความสามารถของกระบวนการผลิต อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัทก็มีรอยร้าวจากยุคที่ Intel ส่งชิปล่าช้าจนเป็นเหตุให้ Apple ตัดสินใจออกแบบชิปเองในที่สุด
อย่างไรก็ตาม Intel ภายใต้ CEO Lip-Bu Tan ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปีก่อนกำลังเดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ Foundry อย่างจริงจัง โหนดประมวลผล 14A ขนาด 1.4 นาโนเมตรถูกกำหนดเป็นเป้าหมายหลัก คาดว่าจะพร้อมสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2571 ขณะที่โหนด 18A ขนาด 1.8 นาโนเมตรมีให้บริการอยู่แล้ว การได้ Apple เป็นลูกค้าจะเป็นหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ว่า Intel กลับมาแข่งขันในระดับโลกได้แล้ว
สิ่งที่ข้อตกลงนี้เปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติคือโมเดลการออกแบบจะยังคงอยู่ที่ Apple ทั้งหมด Intel เป็นเพียงโรงงานที่รับผลิตตามดีไซน์ที่ได้รับมา ไม่ต่างจากบทบาทของ TSMC ในปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่า Apple ยังคงควบคุมสถาปัตยกรรมและประสิทธิภาพของชิปได้เต็มที่
การมีผู้ผลิตสองรายทำให้ Apple มีทางเลือกมากขึ้นในการจัดสรรออร์เดอร์ตามกำลังการผลิตที่มีอยู่จริง และลดความเสี่ยงจากการที่ผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งประสบปัญหา ข้อตกลงนี้ยังส่งสัญญาณว่า Apple กำลังวางรากฐานซัพพลายเชนชิปให้แข็งแกร่งขึ้นก่อนที่ปัญหาจะบานปลายกว่านี้
ข้อมูลจาก: MacRumors