
Apple เผยรายงานประจำปีด้านความปลอดภัยของ App Store ชี้ว่าในปี 2025 บริษัทสามารถสกัดกั้นธุรกรรมที่ต้องสงสัยได้มูลค่ารวม 2.2 พันล้านดอลลาร์ ปฏิเสธการส่งแอปที่ไม่ผ่านเกณฑ์กว่า 2 ล้านรายการ และบล็อกการสร้างบัญชีปลอมสูงถึง 1.1 พันล้านบัญชี โดยระบบป้องกันใช้การผสมผสานระหว่าง Machine Learning และทีมผู้เชี่ยวชาญมนุษย์ทำงานร่วมกัน
ตัวเลขดังกล่าวสะสมต่อเนื่องมาตลอด 6 ปี รวมมูลค่าธุรกรรมที่ถูกสกัดแล้วกว่า 11.2 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ปี 2019 สะท้อนให้เห็นว่าภัยคุกคามบน App Store ไม่ได้ลดลง แต่กลับซับซ้อนและหลากหลายรูปแบบมากขึ้นทุกปี
ฝั่งบัญชีผู้ใช้ ระบบของ Apple ปฏิเสธการสร้างบัญชีลูกค้าปลอมได้ 1.1 พันล้านบัญชี พร้อมระงับบัญชีที่ตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติภายหลังอีก 40.4 ล้านบัญชี ส่วนบัญชีนักพัฒนาถูกยกเลิกไป 193,000 บัญชี และปฏิเสธการลงทะเบียนใหม่กว่า 138,000 ราย
ด้านการตรวจสอบแอป ทีมงานประเมินการส่งแอปทั้งหมดกว่า 9.1 ล้านรายการ และต้อนรับนักพัฒนาใหม่กว่า 306,000 คน เข้าสู่แพลตฟอร์ม ขณะเดียวกันปฏิเสธแอปที่ไม่ผ่านเกณฑ์รวม 2 ล้านรายการ แบ่งเป็นแอปใหม่กว่า 1.2 ล้านแอป และการอัปเดตเกือบ 800,000 รายการ
รูปแบบการโจมตีที่น่ากังวลที่สุดในปีนี้คือแอปที่เรียกว่า Bait-and-Switch ซึ่งผ่านการตรวจสอบในฐานะแอปปกติอย่างเกมปริศนาหรือเครื่องคิดเลข จากนั้นจึงดัดแปลงโค้ดหลังผ่านการอนุมัติเพื่อใช้หลอกลวงทางการเงิน Apple ตรวจจับและลบแอปลักษณะนี้ออกไปเกือบ 59,000 แอป
นอกจากนี้ยังปฏิเสธแอปที่มีฟีเจอร์ซ่อนหรือไม่ได้แจ้งไว้ 22,000 แอป แอปที่ลอกเลียนแบบหรือเป็นสแปมกว่า 371,000 แอป และแอปที่ละเมิดกฎความเป็นส่วนตัวอีก 443,000 แอป ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในบรรดาเหตุผลการปฏิเสธทั้งหมด
ระบบตรวจจับการฉ้อโกงทางการเงินของ Apple สกัดบัตรเครดิตที่ถูกขโมยได้กว่า 5.4 ล้านใบ แบนบัญชีที่เชื่อมโยงกับธุรกรรมผิดกฎหมายเกือบ 2 ล้านบัญชี และยับยั้งความพยายามติดตั้งแอปนอก App Store หรือตลาดแอปที่ไม่ได้รับการอนุมัติสูงถึง 2.9 ล้านครั้งในเดือนเดียว
ด้านระบบรีวิว Apple ประมวลผลคะแนนและความเห็นกว่า 1.3 พันล้านรายการ กรองรีวิวที่ต้องสงสัยออกเกือบ 195 ล้านรายการ รวมถึงบล็อกแอปหลอกลวงกว่า 7,800 แอป จากผลการค้นหา และอีก 11,500 แอป จากชาร์ตยอดนิยม เพื่อให้การค้นพบแอปบน App Store สะท้อนคุณภาพที่แท้จริงแทนที่จะถูกบิดเบือนด้วยคะแนนปลอม
ข้อมูลจาก: Apple Newsroom Thailand
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok