
Meng Yang ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Anker ออกมาบอกในการให้สัมภาษณ์ว่า พาวเวอร์แบงก์ อาจ “ตาย” ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เปรียบสินค้าที่สร้างชื่อให้บริษัทของตัวเองไว้กับ MP3 Player และเครื่องเล่น CD ที่วันนี้หายไปจากตลาดแล้ว
คำพูดนี้ออกมาจากปากผู้บริหารแบรนด์พาวเวอร์แบงก์อันดับต้นของโลก จึงน่าสนใจว่าเขากำลังมองเห็นอะไรในอุตสาหกรรมนี้
Meng Yang อธิบายว่า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคมีอายุสั้นโดยธรรมชาติ “ถ้าคุณเคยซื้อ MP3 Player คุณก็เคยซื้อเครื่องเล่นคาสเซ็ตหรือ CD มาก่อน ช่วงเวลาระหว่างที่ซื้อครั้งแรกจนถึงวันที่หยุดซื้อสินค้าพวกนี้อยู่แค่ราว 10 ปีเท่านั้น” มุมมองนี้ชวนให้ตั้งคำถามว่า พาวเวอร์แบงก์ที่เราพกติดกระเป๋าทุกวันนี้ กำลังเดินบนเส้นทางเดียวกันหรือเปล่า
สิ่งที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแบตเตอรีที่ดีขึ้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมผู้ใช้ที่เปลี่ยนไปด้วย สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่หลายรุ่นในปี 2025-2026 มาพร้อมแบตเตอรีขนาด 6,000–8,000mAh ชาร์จเร็ว 100W ขึ้นไป ทำให้ความจำเป็นในการพกพาแหล่งพลังงานสำรองลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไร้สายในที่สาธารณะก็ขยายตัวต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ Anker เปิดเผยในที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2025 ว่าเคยปล่อยสินค้า พาวเวอร์แบงก์ ออกมามากเกินไปในตลาด โดยในปี 2024 เพียงปีเดียว บริษัทมีรุ่นพาวเวอร์แบงก์วางขายอยู่ราว 100 รุ่น และยอมรับว่าไม่มีบริษัทไหนสามารถควบคุมคุณภาพสินค้า 100 รุ่นได้จริง การปรับลดจำนวนรุ่นจึงกลายเป็นนโยบายหลักที่บริษัทกำลังดำเนินการอยู่
ความน่าสนใจอยู่ที่ตัวเลขรายได้ที่สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านนี้ชัดเจน ในปี 2025 Anker ทำรายได้รวม 30,514 ล้านหยวน เติบโต 23.49% จากปีก่อน แต่สินค้ากลุ่มชาร์จและพลังงานซึ่งเคยเป็นแกนหลักมีสัดส่วนเพียงครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด อีกครึ่งหนึ่งมาจากสมาร์ตดีไวซ์ ระบบเก็บพลังงาน และอุปกรณ์เสริมอื่น บอกชัดว่า Anker กำลังเดินออกจากการพึ่งพาพาวเวอร์แบงก์อย่างจริงจัง
ไตรมาสแรกของปี 2026 Anker รายงานรายได้ 7,608 ล้านหยวน เติบโต 26.93% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตัวเลขฟังดูดี แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 4.87% เหลือ 472 ล้านหยวน สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าส่วนต่างกำไรในตลาดอุปกรณ์ชาร์จกำลังถูกกดดัน ไม่ว่าจะจากคู่แข่งจีนที่เพิ่มขึ้น หรือต้นทุนในการขยายไลน์สินค้าใหม่
ในบริบทของตลาดไทย พาวเวอร์แบงก์ยังคงขายดีในกลุ่มนักเดินทาง นักศึกษา และคนทำงานที่ต้องการสำรองพลังงาน แต่ถ้าแนวโน้มแบตเตอรีในตัวโทรศัพท์ยังโตต่อเนื่อง และจุดชาร์จสาธารณะขยายตัว ความต้องการพาวเวอร์แบงก์ทรงพลังก็จะค่อย ๆ เบาลงตามธรรมชาติ เหมือนที่ตลาด MP3 Player เคยเงียบหายไปเมื่อสมาร์ตโฟนเล่นเพลงได้ดีพอ
แม้ CEO จะพูดถึงการล่มสลายของพาวเวอร์แบงก์ แต่ Anker ไม่ได้หยุดผลิต ตรงกันข้าม บริษัทยังเปิดตัวพาวเวอร์แบงก์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงรุ่นแม่เหล็ก 10,000mAh 30W พร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรีทนไฟ และเครื่องชาร์จไร้สาย 3-in-1 แบบระบายอากาศพร้อมหน้าจอ Touch Screen
สิ่งที่คุณ Meng Yang กำลังทำคือการเตรียมบริษัทให้พร้อมรับอนาคตที่พาวเวอร์แบงก์จะไม่ใช่เสาหลักอีกต่อไป โดยขยายไปสู่ระบบพลังงานบ้าน อุปกรณ์ AI และ Ecosystem สมาร์ตดีไวซ์แทน
คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ “แล้วอะไรจะมาแทนพาวเวอร์แบงก์” มากกว่า “พาวเวอร์แบงก์จะตายไหม” เพราะตราบใดที่มนุษย์ยังต้องการพลังงานสำรอง สินค้าในกลุ่มนี้จะวิวัฒน์ต่อไป เพียงแต่อาจอยู่ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากกล่องสี่เหลี่ยมที่เราคุ้นเคยในวันนี้
ข้อมูลจาก: Gizmochina