
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัว All New Mitsubishi Pajero เจเนอเรชันที่ 5 ในฐานะเอสยูวีแฟล็กชิปรุ่นใหม่ มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ รวม 3 รุ่นย่อย ราคาจำหน่ายพิเศษเริ่มต้น 1,499,000 บาท ภายใต้ AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569
ปาเจโรรุ่นใหม่นำเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร 204 แรงม้ามาจับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมห้องโดยสาร 3 แถว โดยรุ่น Super Exceed 4WD เพิ่มระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จอขนาดใหญ่กว่า และระบบความปลอดภัยมากกว่ารุ่น GLS กับ GSR

ไลน์อัปในประเทศไทยแบ่งเป็น GLS 2WD และ GSR 2WD สำหรับระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ส่วนรุ่นบนสุดคือ Super Exceed 4WD โดยราคาพิเศษในช่วงเปิดตัวแยกตามรุ่นดังนี้
ราคานี้อยู่ภายใต้ AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE และสีบางรายการมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 20,000 บาท จึงต้องดูทั้งรุ่นย่อยและสีที่เลือกประกอบกัน โดยตัวเลือกสีโมโนโทนและทูโทนของแต่ละรุ่นมีรายละเอียดต่างกัน
มิตซูบิชิระบุว่าไทยเป็นตลาดแรกของโลกที่วางจำหน่ายปาเจโรรุ่นนี้ และเป็นฐานการผลิตหลัก ก่อนขยายไปญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 ทั้งยังผ่านการทดสอบบนถนนจริงในประเทศไทยรวมกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อปรับจูนให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน
เครื่องยนต์เป็นดีเซลคอมมอนเรล 4 สูบ 2.4 ลิตร DOHC 16 วาล์ว ใช้เทอร์โบแปรผัน Wide Range Single-VGT และอินเตอร์คูลเลอร์ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะรุ่นใหม่ พร้อม Sport Mode และ Paddle Shift
ตัวรถใช้โครงสร้าง Ladder Frame ที่พัฒนาใหม่ เพิ่มสัดส่วนเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง ระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบ 5 ลิงค์ ทอร์คอาร์ม พร้อมเหล็กกันโคลง และโช้คที่มีระยะยุบ-ยืดกว้าง
สำหรับ Super Exceed 4WD มีระบบ Super All Wheel Control (S-AWC) ทำงานร่วมกับ Super Select 4WD-II (SS4-II) เลือกรูปแบบขับเคลื่อนได้ 4 แบบ คือ 2H, 4H, 4HLc และ 4LLc โดย S-AWC ประสานการทำงานกับ Active Yaw Control (AYC), Active Stability and Traction Control (ASTC) และ Anti-lock Braking System (ABS)
ผู้ขับยังเลือกโหมดให้สอดคล้องกับพื้นผิวได้ 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock ซึ่งปรับการตอบสนองของระบบขับเคลื่อนและระบบควบคุมต่าง ๆ ตามลักษณะเส้นทาง
งานออกแบบภายนอกใช้แนวคิด Grand Charisma โดยเสา C ได้แรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของปาเจโรรุ่นแรก ส่วนกระจังหน้าของ GLS และ GSR ใช้แบบ Kendo Mask ขณะที่ Super Exceed ใช้แบบ Honeycomb พร้อมไฟ LED รูปตัวที T-Shape และ Dynamic Flow Light ที่แสดงแอนิเมชันขณะล็อกหรือปลดล็อกรถ
ล้อของ GLS มีขนาด 18 นิ้ว ส่วน GSR ใช้ล้อทูโทน 20 นิ้ว และ Super Exceed ใช้ล้อทูโทนรมดำ 20 นิ้ว ด้านสีภายนอกมีทั้งโมโนโทนและทูโทนรวม 9 สี โดยมี Armour Copper และ Phantom Blue เป็นสีไฮไลต์ ซึ่งตัวเลือกที่เปิดให้ซื้อแยกตามรุ่นดังนี้
GLS 2WD มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี
GSR 2WD มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี
Super Exceed 4WD มีสีภายนอกให้เลือก 5 สี
ภายในใช้โทน Camel-Black หรือสีน้ำตาลอ่อน-ดำ พร้อมเบาะหนังแท้ Semi-Aniline งานตกแต่งแผงหน้าด้วยเทคนิค Kimekomi และงานเย็บแผงประตูแบบ S-Curve Stitching รวมถึงหลังคากระจกพาโนรามา เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง มีระบบดันหลัง เป่าลมเย็น และจดจำตำแหน่งร่วมกับพวงมาลัยไฟฟ้าและกระจกมองข้าง
เบาะแถวที่ 2 พับแยก 60:40 และเลื่อนหน้า-หลังได้ 150 มิลลิเมตร พร้อมฟังก์ชัน Tumble สำหรับพับไปด้านหน้าเพื่อเข้าออกแถวที่ 3 ส่วนเบาะแถวที่ 3 พับแยก 50:50 เพื่อปรับพื้นที่เก็บสัมภาระได้ตามจำนวนผู้โดยสารและของที่ต้องนำติดรถ
จอสัมผัสและจอแสดงผลการขับขี่จัดวางแบบ Monolithic Dual Display โดย Super Exceed ใช้ขนาด 14.3 นิ้ว ส่วน GLS และ GSR ใช้ขนาด 12.3 นิ้ว มีกราฟิกไดนามิก 16 รูปแบบ และ Multi Meter ที่แสดงข้อมูลอย่าง Pitch and Roll ระดับความสูงและทิศทางการเดินทาง
ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate พัฒนาร่วมกับ Yamaha Corporation ใช้ลำโพง 12 ตำแหน่ง พร้อม Speed Compensated Volume, Rain Compensated Volume และ Air-conditioner Compensated Volume สำหรับปรับชดเชยเสียงตามความเร็วรถ ฝน และแรงลมแอร์ เลือกโหมดเสียงได้ 4 รูปแบบและตำแหน่งฟัง 5 ตำแหน่ง
ด้านการลดเสียงรบกวน มี Acoustic Glass รวม 5 บาน บริเวณกระจกบังลมหน้า ประตูคู่หน้าและประตูคู่หลัง ทำงานร่วมกับวัสดุซับเสียงรอบคัน โดยมิตซูบิชิออกแบบส่วนนี้เพื่อลดเสียงลม เสียงพื้นถนนและเสียงเครื่องยนต์ที่เข้าสู่ห้องโดยสาร
All New Mitsubishi Pajero มีถุงลม 7 ตำแหน่ง และชุดความปลอดภัย Diamond Sense โดย GLS กับ GSR มี 13 ระบบ ส่วน Super Exceed เพิ่มเป็น 16 ระบบ รายการที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นบนสุดมีดังนี้
เทคโนโลยีช่วยขับในไลน์อัปยังมี MI-PILOT ที่ประสาน Adaptive Cruise Control (ACC) กับ Lane Keep Assist (LKA) เพื่อช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าและตำแหน่งใกล้กึ่งกลางช่องทางเดินรถ
ส่วน MITSUBISHI CONNECT เชื่อมผู้ขับกับตัวรถผ่านบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน การขอความช่วยเหลือบนท้องถนน การตรวจสอบสถานะรถ และควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ จากระยะไกล เพิ่มช่องทางเข้าถึงข้อมูลและบริการของรถผ่านระบบเชื่อมต่อ
ลูกค้าที่จองและรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 รับราคาพิเศษและสิทธิประโยชน์ภายใต้ AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE โดยมีทั้งข้อเสนอสินเชื่อ ประกันภัย และแพ็กเกจดูแลรถ
ผู้สนใจชมรถและร่วมกิจกรรมพิเศษได้ระหว่างวันที่ 24–25 ตุลาคม 2569 ที่โชว์รูมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส กว่า 170 แห่งทั่วประเทศ พร้อมสอบถามและนัดหมายทดลองขับผ่านคอลเซ็นเตอร์ 02-079-9500 ซึ่งให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
All New Mitsubishi Pajero มีตัวเลือกตั้งแต่ GLS 2WD ราคาเริ่มต้น 1,499,000 บาท ไปจนถึง Super Exceed 4WD ราคาเริ่มต้น 1,999,000 บาท โดยต้องจองและรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2569 เพื่อรับ AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE ตรวจสอบรายละเอียดรุ่น อุปกรณ์ และข้อเสนอเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok