
ALive Powered by AIA แอปสุขภาพ และไลฟ์สไตล์โดย AIA Wellness ฉลองครบ 5 ปีอย่างแข็งแกร่ง พร้อมประกาศเป้าหมายขยายฐานผู้ใช้จาก 2.5 ล้านคนสู่ 3 ล้านคนในปี 2569 ตอกย้ำจุดยืน “แอปสายซัป” ที่ช่วยให้คนไทยดูแลสุขภาพได้ง่ายๆ ในแบบของตัวเอง
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2564 ในฐานะแอปสุขภาพสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่มือใหม่ ALive ค่อยๆ ขยายขอบเขตจนกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต โดยในปี 2566 แอปได้เพิ่มฟีเจอร์ที่ครอบคลุมสุขภาพใน 3 มิติพร้อมกัน ได้แก่ สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพการเงิน เพื่อรองรับกลุ่มคนวัยทำงานในเมืองใหญ่โดยเฉพาะ
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นอย่าง Food Tracker ช่วยวิเคราะห์โภชนาการเพียงแค่ถ่ายรูปอาหาร ส่วน Mood Diary ให้ผู้ใช้บันทึกอารมณ์รายวันเพื่อสังเกตแพตเทิร์นของตัวเอง ขณะที่ Telemedicine เปิดให้ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ฟรีโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และ Tax Calculation ช่วยวางแผนภาษีล่วงหน้าอย่างง่ายดาย ทั้งหมดนี้อยู่ในแอปเดียว
หนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำให้ ALive แตกต่างจากแอปสุขภาพทั่วไป คือระบบ Mission for Health ที่เปลี่ยนการดูแลสุขภาพให้กลายเป็นภารกิจรายวัน ผู้ใช้สามารถสะสมแต้มและปลดล็อกรางวัลได้จริง ช่วยสร้างแรงจูงใจให้รักษาพฤติกรรมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยไม่รู้สึกกดดัน
ในปี 2568 แบรนด์ขยับสู่การสร้างไลฟ์สไตล์ที่กว้างขึ้น ด้วยการจัดแคมเปญร่วมกับ Sizzler เชื่อมฟีเจอร์ Food Tracker เข้ากับประสบการณ์จริงนอกแอป พร้อมจับมือนักวาดการ์ตูน นัดเป็ด ที่มีผู้ติดตามกว่า 2.3 ล้านคน และนักร้อง มิกซ์ เฉลิมศรี ในการแต่งเพลง “La La…Let’s Go” สร้างกระแสไวรัลที่ตอกย้ำคาแรกเตอร์ของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

คุณจุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา ดิจิทัล โซลูชันส์ แอนด์ ดีไซน์ AIA Wellness ระบุว่า สิ่งที่เรียนรู้ตลอด 5 ปี คือคนไทยไม่ได้ขาดความตั้งใจในการดูแลตัวเอง แต่ต้องการตัวช่วยที่เข้าใจว่าชีวิตจริงมีความซับซ้อน ALive จึงออกแบบให้การมีสุขภาพดีเริ่มได้จากพฤติกรรมเล็กๆ ที่ทำซ้ำทุกวันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ในปีนี้ ALive จะขึ้นเวที Mission to the Moon Forum 2026 ในหัวข้อ “From Health to Wealth: How Tech Redefines Well-Being” พร้อมเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่และขยายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพิ่มเติม เพื่อผลักดันให้ถึงเป้าหมาย 3 ล้านผู้ใช้ภายใต้พันธกิจ AIA ที่ต้องการให้คนกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






