
สุขภาวะดิจิทัลคนไทยดีขึ้นต่อเนื่อง โดยผล Thailand Cyber Wellness Index 2026 หรือ TCWI 2026 ที่ AIS เผยในปีนี้มีคะแนนเฉลี่ย 0.724 สูงสุดในรอบ 4 ปี พร้อมชี้ให้เห็นโจทย์ที่ยังต้องพัฒนา ทั้งการตรวจสอบข้อมูล การรับมือภัยหลอกลวง และการใช้ AI ของคนต่างวัย
การสำรวจครั้งนี้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 77,492 คนทั่วประเทศ วัดสุขภาวะดิจิทัลครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ การใช้งานดิจิทัล ทักษะดิจิทัล การสื่อสารและทำงานร่วมกัน อัตลักษณ์และสิทธิบนโลกดิจิทัล ความปลอดภัยและความมั่นคง การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์ และความสัมพันธ์ดิจิทัล โดยสรุปข้อค้นพบสำคัญไว้ 5 สถานการณ์

คะแนนเฉลี่ยเพิ่มจาก 0.51 ในปี 2566 เป็น 0.724 ในปี 2569 ทำให้ภาพรวมขยับสู่ระดับก้าวหน้า ตามผลวิจัยที่ AIS ติดตามต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
เมื่อแยกตามระดับความพร้อม กลุ่มที่อยู่ในระดับพื้นฐานถึงก้าวหน้ามีสัดส่วน 82.7% ส่วนอีก 17.3% หรือประมาณ 1 ใน 6 ยังต้องเร่งพัฒนาความรู้และทักษะเพิ่มเติม การออกแบบการเรียนรู้จึงต้องคำนึงถึงกลุ่มที่ยังมีช่องว่างควบคู่ไปกับภาพรวมที่ดีขึ้น

คะแนนเฉลี่ยด้านการใช้งานดิจิทัลอยู่ที่ 0.720 ขณะที่ทักษะการรู้เท่าทันดิจิทัลมีคะแนนต่ำที่สุดในทั้ง 7 ด้าน อยู่ที่ 0.653 ผลสำรวจจึงชี้ให้เห็นความต่างระหว่างการใช้อุปกรณ์หรือบริการออนไลน์ได้ กับการประเมินข้อมูลที่พบระหว่างใช้งาน
ทักษะที่รายงานชี้ว่าต้องพัฒนาควบคู่กัน คือการตั้งคำถาม วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ และตรวจสอบแหล่งที่มา โดยเฉพาะเมื่อ Generative AI สร้างข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอที่ดูสมจริงได้อย่างรวดเร็ว การหยุดคิดก่อนเชื่อหรือส่งต่อจึงเป็นส่วนหนึ่งของความพร้อมในการใช้ดิจิทัล

ผู้ตอบแบบสำรวจ 20.7% หรือประมาณ 1 ใน 5 เคยมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับภัยหลอกลวงออนไลน์อย่างน้อยหนึ่งรูปแบบ ตั้งแต่ลิงก์ปลอม ข้อความหลอกลวง การปลอมเป็นบุคคลหรือหน่วยงาน ไปจนถึงการชักชวนให้เปิดเผยข้อมูลหรือโอนเงิน
สิ่งที่ผลวิจัยให้ความสำคัญคือความปลอดภัยในการตัดสินใจ ทั้งการตรวจสอบตัวตน แหล่งที่มา และความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อนคลิกลิงก์ เปิดเผยข้อมูลสำคัญ หรือโอนเงิน จึงต้องพัฒนาทักษะการตัดสินใจเหล่านี้ควบคู่กับการตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายากและการป้องกันมัลแวร์

ในกลุ่ม Gen Alpha อายุ 10–15 ปี คะแนนสุขภาวะดิจิทัลเฉลี่ยอยู่ที่ 0.61 เทียบกับค่าเฉลี่ยประเทศ 0.724 และมี 29.4% หรือเกือบ 3 ใน 10 อยู่ในกลุ่มที่ต้องเร่งพัฒนา โดยเฉพาะการรู้เท่าทันข้อมูล ความปลอดภัย ความสัมพันธ์ออนไลน์ และร่องรอยดิจิทัล หรือ Digital Footprint
เมื่อแยกตามช่วงวัย คะแนนสุขภาวะด้าน Cyberbullying อยู่ที่ 0.82 ในวัย 10–12 ปี, 0.76 ในวัย 13–15 ปี และ 0.75 ในช่วงอายุ 16–22 ปี รายงานจึงเสนอให้เริ่มวางพื้นฐานตั้งแต่วัย 10–12 ปี เพื่อให้เข้าใจผลกระทบของโพสต์ ความคิดเห็น และการส่งต่อข้อมูล
พื้นฐานที่ควรเรียนรู้ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล คิดก่อนโพสต์หรือแชร์ เคารพสิทธิและความรู้สึกของผู้อื่น ไม่ร่วมขยายความรุนแรง และกล้าขอความช่วยเหลือเมื่อเผชิญการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องพัฒนาต่อจากความคุ้นเคยกับอุปกรณ์

ด้านการใช้และความเข้าใจ AI มีคะแนนเฉลี่ย 3.30 จาก 5 ในปี 2569 เพิ่มจาก 3.18 ในปี 2568 สะท้อนความคุ้นเคยกับ AI ที่เพิ่มขึ้น ส่วนคะแนนของแต่ละช่วงวัยยังต่างกันชัดเจน
ช่องว่างทาง AI หรือ AI Divide ในรายงานครอบคลุมทั้งโอกาสเข้าถึง ความรู้ และความสามารถในการใช้ สิ่งที่ทุกวัยควรฝึกจึงมีตั้งแต่เลือก AI ให้เหมาะกับงาน ตั้งคำถามให้ชัด ตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์ และเข้าใจข้อจำกัด เพื่อให้ผู้ใช้ยังคิด ตรวจสอบ และตัดสินใจด้วยตนเองได้

AIS เตรียมนำผลสำรวจไปออกแบบการเรียนรู้ตามวัยและความเสี่ยง โดยเด็กเน้นพื้นฐานการรู้เท่าทันและร่องรอยดิจิทัล เยาวชนเน้น Cyberbullying และแรงกดดันออนไลน์ วัยทำงานเน้นการใช้ AI กับการป้องกันภัยหลอกลวง ส่วนผู้สูงอายุเน้นความมั่นใจด้าน AI และความปลอดภัย
นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร AIS กล่าวว่า การพัฒนาความพร้อมควรต่อยอดจากการเข้าถึงและใช้งานเทคโนโลยี ไปสู่การคิด ตรวจสอบ ดูแลความปลอดภัย และรับผิดชอบต่อผู้อื่น โดย AIS จะใช้ Digital Health Check ช่วยค้นหาช่องว่าง ร่วมกับการพัฒนาความรู้ผ่านหลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์: AI Literacy และความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ
สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกเลือกใช้ AI ตรวจสอบข้อมูล และใช้งานอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และรับผิดชอบ สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมผ่าน หลักสูตรอุ่นใจไซเบอร์: AI Literacy
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok