
AIS และ ธนาคาร กสิกรไทย ประกาศพันธมิตรเชิงกลยุทธ์เพื่อสนับสนุน SME ไทย ผสานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโซลูชันทางการเงินเข้าด้วยกัน มุ่งลดต้นทุนและสร้างโอกาสทางธุรกิจในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล นำร่องด้วยสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า K SHOP และ K BIZ ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2569
ความร่วมมือระหว่าง AIS กับ กสิกรไทย ครั้งนี้สะท้อน trend ที่กำลังเกิดขึ้นทั่ว Southeast Asia คือการที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม (Telco) ขยับเข้าสู่ระบบนิเวศทางการเงิน โดยใช้ฐานลูกค้า SME เป็นจุดเชื่อม AIS มีโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายและฐานลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ขณะที่กสิกรไทยมีความเข้าใจพฤติกรรมทางการเงินของ SME และแพลตฟอร์ม K BIZ ที่ฝังลึกในระบบธุรกิจของผู้ประกอบการอยู่แล้ว
คุณบุญเติบ จีรภัทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย ระบุตรงว่า SME ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันสามทางพร้อมกัน ทั้งเศรษฐกิจชะลอตัว ต้นทุนที่สูงขึ้น และความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เร็วกว่าที่ธุรกิจขนาดเล็กจะตามทัน การผนึกกำลังครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ bundling บริการ แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ให้ SME เข้าถึงทั้งโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายและเครื่องมือทางการเงินแบบไร้รอยต่อในจุดเดียว ด้าน คุณภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS เสริมว่าธุรกิจวันนี้ข้ามพ้นข้อจำกัดของหน้าร้านไปสู่โลกออนไลน์แล้ว การเข้าถึงเครื่องมือดิจิทัลจึงไม่ใช่ตัวเลือกอีกต่อไป
แคมเปญนำร่องเปิดสำหรับลูกค้า K SHOP และ K BIZ ทั้งรายเดิมและรายใหม่ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2569 แบ่งเป็นสามแพ็กเกจ ได้แก่ เบอร์มงคลระดับพรีเมียมจาก อ.นิติกฤตย์ มูลค่า 1,199 บาท รับฟรีเมื่อสมัครแพ็กเกจรายเดือน AIS ขั้นต่ำ 899 บาท, ดีลเครื่องพร้อมเบอร์มงคลสำหรับลูกค้านิติบุคคลโดยไม่ต้องชำระเงินล่วงหน้า และ SME FibreLAN อินเทอร์เน็ตความเร็วกิกะบิตที่รองรับการใช้งานครอบคลุมทุกห้องภายในออฟฟิศ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเครือข่ายเสถียรรองรับการทำงานหลายอุปกรณ์พร้อมกัน
ทั้ง AIS และกสิกรไทยระบุชัดว่าแคมเปญนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยมีแผนสนับสนุน SME เพิ่มเติมต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางที่ทั้งสองบริษัทต่างมองว่าระบบนิเวศธุรกิจดิจิทัลจะเป็นสนามแข่งขันหลักในช่วงปีต่อจากนี้ ผู้ประกอบการ SME ที่สนใจดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ais.th/business/sme/sme-campaign/aisxkbank
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok