
AIS Business เดินหน้าสนับสนุน SME และองค์กรไทยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ด้วยการเปิดตัวโซลูชัน Work from Anywhere พร้อมแพ็กเกจ 5G สำหรับลูกค้านิติบุคคล ราคาเริ่มต้นเพียง 99 บาทต่อเดือน รองรับการทำงานนอกสถานที่ และ WFH ได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดในภูมิภาค ภาครัฐได้สนับสนุนให้หน่วยงานและภาคเอกชนปรับใช้รูปแบบ Work From Home (WFH) และ Work From Anywhere (WFA) มากขึ้น AIS Business ในฐานะผู้นำโครงข่ายพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะของไทย จึงพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงขององค์กร ครอบคลุมทั้งการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย 5G และการเพิ่มประสิทธิภาพอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ภายในบ้านหรือสำนักงาน
AIS Business ออกแบบแพ็กเกจสำหรับลูกค้านิติบุคคลโดยเฉพาะ แบ่งเป็น 3 ตัวเลือกตามลักษณะการใช้งาน ดังนี้
แพ็กเกจเริ่มต้นที่เหมาะกับองค์กรที่ต้องการเครื่องมือสื่อสารหลักสำหรับ WFH โดยรองรับการใช้งาน Microsoft Office 365 และ Zoom บนมือถือแบบไม่จำกัด ช่วยให้ทีมงานประชุมออนไลน์และทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน สมัครใช้งานได้ทันทีโดยกด *545*20*207#
สำหรับองค์กรที่ต้องการความคล่องตัวสูงในการทำงานนอกสถานที่ แพ็กเกจนี้เพิ่มอินเทอร์เน็ต 25GB พร้อมใช้งาน AIS WiFi แบบไม่จำกัด รองรับการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่และการใช้งานแอปพลิเคชันหนักได้อย่างต่อเนื่อง สมัครได้โดยกด *545*20*204#
สำหรับผู้ที่ทำงานจากบ้านและต้องการยกระดับความเร็ว AIS Fibre สูงสุดถึง 1,000/500 Mbps รองรับการประชุมออนไลน์คมชัด การอัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ และการใช้งานหลายระบบพร้อมกัน โดยสามารถปรับรูปแบบความเร็วให้เหมาะกับลักษณะงานได้ สนใจให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับผ่าน https://m.ais.co.th/MYHEpezVid
การทำงานแบบยืดหยุ่นไม่ใช่แค่เทรนด์อีกต่อไป แต่กลายเป็นความจำเป็นเชิงกลยุทธ์ขององค์กรในยุคที่ความไม่แน่นอนอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่แข็งแกร่งช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานต่อเนื่องได้โดยไม่สะดุด ลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้
AIS Business มุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการโครงข่ายสู่การเป็น Trusted Digital Partner ที่พร้อมสนับสนุนองค์กรไทยให้ปรับตัวสู่รูปแบบการทำงานยุคใหม่ได้อย่างมั่นใจ ครอบคลุมทั้งการเชื่อมต่อบนมือถือ 5G และอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ภายในสำนักงาน เพื่อให้ทุกองค์กรสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok






