
การส่งคลิปขึ้นโซเชียล ไลฟ์จากมือถือ หรือส่งข้อมูลให้บริการ AI ล้วนใช้ทางอัปโหลดของเครือข่าย AIS จึงขยาย 5G-ADVANCED ด้าน Uplink ด้วยการรวมคลื่นสองย่านบนโครงข่าย 5G Standalone เพิ่มความเร็วอัปโหลดสูงสุด 2 เท่า และครอบคลุมพื้นที่ให้บริการภายนอกอาคารในกรุงเทพฯ ครบ 100%
การอัปเกรดครั้งนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับคนที่สร้างและส่งคอนเทนต์จากมือถือ ทั้งครีเอเตอร์ คนไลฟ์ขายสินค้า และผู้ใช้บริการ AI ที่ต้องส่งข้อมูลขึ้นเครือข่าย โดยลูกค้า AIS ใช้ผ่านอุปกรณ์ที่รองรับได้เลย ไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเพิ่มเติม
เวลาอัปโหลดวิดีโอหรือเริ่มไลฟ์ ข้อมูลจากมือถือจะถูกส่งขึ้นเครือข่ายผ่านทาง Uplink ส่วนตอนเปิดดูคอนเทนต์หรือรับข้อมูลกลับจะเป็นฝั่ง Downlink การพัฒนาเครือข่ายฝั่งส่งจึงมีบทบาทกับงานที่เราต้องนำข้อมูลออกจากเครื่อง โดยเฉพาะการสร้างคอนเทนต์ที่มีทั้งภาพและเสียง
การใช้ AI ก็มีจังหวะส่งข้อมูลให้บริการประมวลผล ก่อนรับคำตอบกลับมาเช่นกัน AIS วางการขยาย Uplink ให้รองรับการใช้ AI, Social Media, Content Creation, Live Streaming และ Live Commerce งานเหล่านี้ทำให้ความสามารถในการส่งข้อมูลเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ใช้งานมือถือ
Uplink 2CC ของ AIS นำคลื่น 700 MHz และ 2600 MHz มารวมศักยภาพในฝั่งส่งข้อมูลบนโครงข่าย 5G Standalone หรือ 5G SA การรวมคลื่นทำให้เครือข่ายใช้ทรัพยากรจากสองย่านร่วมกันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านอัปโหลด ซึ่งเป็นกลไกหลักของการอัปเกรดครั้งนี้
ความเร็วอัปโหลดเพิ่มขึ้นสูงสุด 2 เท่าจากโครงข่ายก่อนอัปเกรด สำหรับคนส่งคลิปหรือไลฟ์จากมือถือ ขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นอยู่ในขั้นตอนส่งข้อมูลขึ้นเครือข่ายโดยตรง จึงรองรับการสร้างและส่งคอนเทนต์จากจุดที่ใช้งาน แทนการมองความเร็วมือถือเฉพาะตอนดาวน์โหลดอย่างเดียว

Uplink 2CC ครอบคลุมครบ 100% ของพื้นที่ให้บริการภายนอกอาคารในกรุงเทพฯ แล้ว พร้อมขยายบริการไปยังพื้นที่อำเภอเมืองครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ การใช้งานในกรุงเทพฯ จึงมีขอบเขตชัดเจนที่พื้นที่นอกอาคาร ส่วนภายในอาคารยังขึ้นกับลักษณะอาคารและสภาพแวดล้อมของแต่ละจุด
ลูกค้า AIS ที่ใช้อุปกรณ์รองรับสามารถใช้ 5G-ADVANCED ได้โดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเพิ่มเติม AIS ระบุว่าการขยาย Uplink ครั้งนี้ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงแห่งแรกของโลกที่มี 5G-ADVANCED ด้าน Uplink ครอบคลุมทั้งเมือง

ฝั่งรับข้อมูล AIS พัฒนา Downlink 3CC ด้วยการรวมคลื่นสามย่าน ได้แก่ 2600 MHz, 700 MHz และ 2100 MHz เพิ่มความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด 1.5 เท่าจากโครงข่ายก่อนอัปเกรด การพัฒนาทั้งสองฝั่งทำให้ 5G-ADVANCED รองรับงานส่งคอนเทนต์ขึ้นเครือข่ายและรับข้อมูลกลับมาใช้งานได้ควบคู่กัน
ปัจจุบัน Downlink 3CC ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงเทพฯ และมีเป้าหมายขยายให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ ภายในสิ้นปี 2569 จังหวะการขยายฝั่งดาวน์โหลดจึงเดินต่อจากพื้นที่ที่เปิดให้บริการอยู่ ขณะที่ฝั่ง Uplink ครบพื้นที่ให้บริการนอกอาคารในกรุงเทพฯ แล้ว
กิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS วางทิศทางให้เครือข่ายเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะสำหรับบริการที่ต้องรับส่งข้อมูลจำนวนมากแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ AI และ Cloud ไปจนถึง IoT, Smart City, Smart Health และระบบอัตโนมัติ โดยผสานคลื่นความถี่ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญผ่าน WISE Framework
การขยาย Uplink และ Downlink เป็นส่วนของการเตรียมเครือข่ายรองรับบริการเหล่านี้ โดย AIS ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็น ASEAN AI Connectivity Hub ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีและบริการของภูมิภาค การเพิ่มกำลังรับส่งข้อมูลจึงเดินควบคู่กับการบริหารเครือข่าย ความปลอดภัย และพลังงาน

สำหรับคนใช้มือถือสร้างคอนเทนต์ ไลฟ์ หรือส่งข้อมูลให้บริการ AI การขยาย Uplink 2CC เพิ่มขีดความสามารถในทางส่งข้อมูลที่งานเหล่านี้ใช้โดยตรง ลูกค้า AIS ใช้ผ่านอุปกรณ์รองรับได้โดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจเพิ่มเติม พร้อมติดตามรายละเอียดเครือข่ายและบริการได้ที่ เว็บไซต์ AIS
ติดตามข้อมูลข่าวสารน่าสนใจได้ทาง www.zanzab.com และช่องทางโซเชียล
Facebook , YouTube , Instagram และ Tiktok